ราบเรียบ ทว่าดวงตาแฝงรอยยิ้มกลับจ้องไปที่ซื่อเชวียและมู่ซิน
“เหอะ! นี่เจ้าถามทั้งที่รู้อยู่แล้วไม่ใช่หรือ” ผู้อาวุโสหลิงมู่หัวเราะหยัน เหลือบมองนางแวบหนึ่ง
ผู้อาวุโสเสวี่ยอวี้ตวัดตามองเขา “เจ้านี่ปากมากจริง”
“เอาล่ะ เงียบกันให้หมด” ประมุขเซียนที่นั่งตำแหน่งสูงสุดยกมือสั่ง กวาดมองทุกคนในห้อง สุดท้ายก็หยุดอยู่ที่ซื่อเชวียกับมู่ซิน ก่อนเอ่ยว่า “วันนี้ที่ให้ทุกท่านมา ไม่ใช่ด้วยเ เรื่องอื่นใด แต่เพราะต้องการถกประเด็นของเซวียนหยวนโม่เจ๋อและเฟิ่งจิ่ว”
“ท่านเซียน เรื่องนี้ได้ข้อสรุปแล้วไม่ใช่หรือ ยังต้องถกกันอีกหรือ” ผู้อาวุโสเสวี่ยอวี้เอ่ยขึ้น ขณะมองประมุขเซียนที่อยู่บนที่นั่งสูงสุด
“นั่นสิ ซื่อเชวียกับมู่ซินกลายเป็นลูกศิษย์ของคนอื่นไปแล้ว เรื่องนี้ยังต้องถกอะไรกันอีกหรือ” หาได้ยากที่ผู้อาวุโสหลิงมู่กับผู้อาวุโสเสวี่ยอวี้จะมีความเห็นตรงกัน
ประมุขเซียนที่อยู่บนที่นั่งสูงสุดได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้ว ชำเลืองมองพวกเขาแวบหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร ก่อนจะไปมองที่ซื่อเชวียกับมู่ซิน