าไม่แล้วเกรงว่าตอนนี้พวกเขาไม่ตายก็คงบาดเจ็บสาหัส
ผ่านการต่อสู้ครั้งนี้ พวกเขายอมรับในวรยุทธ์ของทั้งสองจากใจจริง การคารวะนี้ก็ย่อมมาจากความจริงใจด้วยเช่นกัน
เฟิ่งจิ่วยิ้มตาหยี หันไปมองเซวียนหยวนโม่เจ๋อแวบหนึ่ง ทั้งสองพูดขึ้นพร้อมกันว่า “ลุกขึ้นมาเถอะ!”
ทั้งสองเสียงนั้น หนึ่งทุ้มต่ำเย็นชา หนึ่งผ่อนคลายสบายใจ พวกเขาสองคนได้แต่ทอดถอนใจอยู่ภายใน ก่อนจะรับคำอย่างนอบน้อมแล้วลุกขึ้นยืน
เมื่อเห็นดังนั้น พวกผู้อาวุโสที่นั่งอยู่บนเวทีจึงได้สติกลับมา ผู้อาวุโสหลิงมู่หัวเราะเสียงดัง “นึกไม่ถึงเลย นึกไม่ถึงจริงๆ! ใช้เวลาเพียงแค่ไม่นาน สองในสี่ของพวกเราก็กลายเป็นลูกศิษย์ของเฟิ่งจิ่วเสียแล้ว ฮ่าๆๆๆ ใครใช้ให้พวกท่านเล่นสกปรก! คิดจะแย่งของของพวกข้า นี่แหละคือผลลัพธ์”
ผู้อาวุโสหลิงมู่ดูดีใจอย่างเห็นได้ชัด นี่เป็นผลลัพธ์ที่เขาไม่เคยคาดคิด
“หึๆๆ โชคดีที่ข้าไม่ได้ทำตามพวกท่าน” ผู้อาวุโสเสวี่ยอวี้ปิดปากยิ้มๆ นางเองก็ยืนดูด้วยความสนอกสนใจเช่นกัน เป็นอย่างไรเล่า เดิมทีตั้งใจจะชิงตัวเซวียนหยวนโม่เจ๋อกับเฟิ่งจิ่วไปเป็นลูกศิษย์ แต่ใครจะรู้ว่ากลับถูกพวกเขาสองคนรับไว้เป็นศิษย์แทน เดาว่าท่านเซียนทั้งหลายเองก็คงนึกไม่ถึงกระมัง