่งจิ่วมองหน้ากันยิ้มๆ ทั้งสองเอ่ยขึ้นพร้อมกันว่า “ข้าเซวียนหยวนโม่เจ๋อ เฟิ่งจิ่ว หากพ่ายแพ้ในการประลองครั้งนี้จะคารวะผู้ชนะเป็นอาจารย์ หากผิดคำพูดขอใ ให้ฟ้าดินลงโทษ!”
“ดี!” ซื่อเชวียกับมู่ซินตะโกนขึ้นพร้อมกัน ก่อนเอ่ยว่า “จำคำพูดของพวกเจ้าไว้ให้ดีก็แล้วกัน!”
“แน่นอน” ทั้งสองรับคำ
ทว่าเซียนทั้งสี่ท่านและเหล่าผู้อาวุโสที่อยู่รอบๆ กลับตะลึงตาค้างไปแล้ว ผ่านไปนานก็ยังตั้งสติไม่ได้ อยู่ดีๆ ก็สาบานต่อหน้าฟ้าดินเสียอย่างนั้น? เข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า?
บรรดาศิษย์จากสี่สำนักที่อยู่ข้างล่างก็ไม่เข้าใจเช่นกัน ทำไมจู่ๆ สถานการณ์ก็เปลี่ยนไปอย่างนี้? แต่พวกเขากลับรู้ดีว่าสุดท้ายผู้อาวุโสจากสำนักจะต้องเป็นฝ่ายชนะอย่างแน่นอน ด้วยเ เหตุนี้ทุกคนจึงเริ่มตื่นเต้นขึ้นมาเพราะคำสาบานต่อหน้าฟ้าดินนี้ พวกเขาโห่ร้องให้รีบเริ่มการประลอง
เห็นผู้คนเบื้องล่างตื่นเต้นฮือฮา เฟิ่งจิ่วนัยน์ตาไหวระริก ก่อนหันไปเอ่ยกับหวันเหยียนเชียนหวาว่า “พี่สาว ข้ามีเรื่องจะคุยกับท่าน”
หวันเหยียนเชียนหวาเดินเลี่ยงมากับนางที่ด้านหนึ่ง ก่อนถามว่า “มีอะไรหรือ”
“พี่สาว โอกาสดีขนาดนี้ เรามาพนันกันเถอะ!” เฟิ่งจิ่วมองนางด้วยดวงตาเป็นประกาย แฝงแววตื่นเต้น “