ข้าเห็นศิษย์พวกนี้ล้วนมีเงิน บนกายน่าจะมีสมบัติล้ำค่ามากมาย ไม่ว่าจะเป็นพวกศิ ลาดาราหรืออะไรทำนองนั้น ล้วนเอามาวางเดิมพันได้”
ได้ยินอย่างนั้น หวันเหยียนเชียนหวาก็ตะลึงไป ก่อนจะยิ้มบอกว่า “ได้ เจ้าระวังตัวหน่อย เรื่องหลังจากนี้มอบให้เป็นหน้าที่ข้าก็แล้วกัน” นางเอ่ย ก่อนจะตบหลังมือเฟิ่งจิ่วเบาๆ แล้ วเดินไปที่ด้านหนึ่ง
เฟิ่งจิ่วเดินมาหยุดยืนข้างเซวียนหยวนโม่เจ๋อ มองซื่อเชวียกับมู่ซิน พลางถามว่า “พวกท่านอยากจะสู้อย่างไร หนึ่งต่อหนึ่ง หรือสองต่อสอง”
“เฟิ่งจิ่ว เจ้าช่างใจกล้าไม่เบา ไม่นึกว่าจะให้สิทธิ์ในการเลือกเป็นของพวกข้า” ผู้อาวุโสซื่อเชวียหันไปมองเฟิ่งจิ่วกับเซวียนหยวนโม่เจ๋อแวบหนึ่ง จากนั้นก็หันไปมองมู่ซินที่อยู่ ข้างๆ ก่อนถามว่า “เจ้าว่าอย่างไร”
“ได้ทั้งนั้น สองต่อสองก็ได้ ถึงตอนนั้นพวกเราเลือกกันคนละคนให้พวกเขาคารวะพวกเราเป็นอาจารย์ก็พอ” มู่ซินกล่าว เห็นได้ชัดถึงความมั่นใจในชัยชนะ ไม่ว่าเซวียนหยวนโม่เจ๋อหรือเฟิ่งจ จิ่ว พวกเขาล้วนต้องยอมรับว่าสองคนนี้โดดเด่นมาก
เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ “ก็ดีนะ! อย่างนั้นสองต่อสองก็แล้วกัน! จะได้จบเร็วๆ”
เมื่อนางพูดจบ เวทีสูงก็ลอยขึ้นมา
………………………………….