ได้ว่า ‘นี่ก็คือแรงกดดันที่เกิดจากการรวมตัวของผู้แข็งแกร่งจำนวนมาก สามารถส่งผลถึงแรงกดด ดันในอากาศได้’
ครั้นเห็นภาพนั้น ผู้อาวุโสผู้เสนอความคิดเป็นคนแรกก็เผยรอยยิ้มออกมา
เฒ่าทารกและหญิงหน้าตางดงามคนนั้นรวมถึงอีกสองคนที่เห็นเหตุการณ์กลับขมวดคิ้วเล็กน้อย รู้สึกว่าทำอย่างนี้ไม่ค่อยเหมาะสมนัก
เฟิ่งจิ่วยักคิ้วมองเหตุการณ์ตรงหน้า ก่อนจะหันไปพูดกับเซวียนหยวนโม่เจ๋อว่า “ทำไมข้ารู้สึกว่าคนพวกนี้อยากรังแกเรา?”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อเอื้อมมือไปโอบไหล่ของนาง ตอบว่า “เจ้าไม่ต้องห่วง มีข้าอยู่!” นัยน์ตาดำขลับราวกับมีประกายเยือกเย็นสองสายตวัดจ้องไปที่ชายผู้เสนอเรื่องนี้ขึ้นมา
ผู้อาวุโสคนนั้นมองเซวียนหยวนโม่เจ๋ออยู่ แต่กลับนึกไม่ถึงว่าเขาจะตวัดสายตาเย็นชามองกลับมา เสี้ยวนาทีนั้นเขาสะท้านไปทั้งร่าง ฝีเท้าผงะถอยไปข้างหลังโดยไม่รู้ตัว
หลังจากตระหนักได้ถึงจุดนี้ เขาก็มองเซวียนหยวนโม่เจ๋ออย่างหงุดหงิด สาวเท้ามาข้างหน้า หยุดยืนต่อหน้าอีกฝ่าย แล้วบอกว่า “เซวียนหยวนโม่เจ๋อ! เจ้ากล้ารับคำท้าประลองของศิษย์ข้า าหรือไม่!”
ได้ยินอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วก็หยักยิ้มมุมปากพลางถามว่า “เหตุใดพวกข้าต้องตอบรับคำท้าประลองจากพวกท่านเล่า”
“นั่