นสิๆ ไม่ต้องไปสนใจเขา” เฒ่าทารกเอ่ย พลางบอกอีกว่า “ไปๆ ข้าพาพวกเจ้าไปพักผ่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากัน”
“ช้าก่อน!”
ผู้อาวุโสคนนั้นตวาดเสียงเกรี้ยว ยืนขวางหน้าเฟิ่งจิ่วกับเซวียนหยวนโม่เจ๋อ เขาตวัดตามองทั้งสองแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปเอ่ยกับผู้อาวุโสเฒ่าทารก “ผู้อาวุโสหลิงมู่ พวกเขาทำให้การปร ระลองของสี่สำนักเซียนวุ่นวาย หากให้แล้วกันไปเช่นนี้เหมือนจะไม่ค่อยดีกระมัง”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อมองคนผู้นั้นแวบหนึ่ง น้ำเสียงเย็นๆ เปล่งออกมา “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เช่นนั้นไม่สู้ท่านมาเป็นคู่ต่อสู้กับข้าก็แล้วกัน!
ครั้นประโยคนี้ถูกเอ่ยออกไป ผู้คนมากมายต่างแตกตื่นฮือฮา ทั้งหมดสูดหายใจพลางคิดว่าเซวียนหยวนโม่เจ๋อผู้นี้หยิ่งผยองเกินไปแล้ว ท่านนั้นเป็นถึงอาวุโสของสำนักไม่ใช่ลูกศิษย์ ผู้ ที่สามารถเข้ารับตำแหน่งผู้อาวุโสได้ วรยุทธ์จะอ่อนด้อยได้อย่างไร? เขาถึงขนาดคิดจะให้ผู้อาวุโสท่านนั้นเป็นคู่ต่อสู้ของตน? นี่ไม่เท่ากับรนหาตายหรอกหรือ?
แม้แต่ท่านเซียนจากสี่สำนักใหญ่รวมถึงผู้อาวุโสที่อยู่รอบๆ พอได้ยินคำพูดของเซวียนหยวนโม่เจ๋อต่างก็ตะลึงไป นึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะกล้าพูดเช่นนี้ ไม่รู้จริงๆ ว่าเขามั่นใจหรือว่ าหยิ่งผยองกันแน่?
………………………………….