งคนทะลวงขั้นพลังแล้ วเล่า”
เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ “ถึงเวลาก็เท่านั้น”
ตู้ฝานถอนหายใจ “ดูท่า คงมีแค่ข้าคนเดียวที่ใช้ไม่ได้”
“เจ้ามีข้อดีของเจ้า ไม่จำเป็นต้องสนใจเรื่องพวกนี้” เฟิ่งจิ่วบอกก่อนจะตบไหล่เขา แล้วเอ่ยอีกว่า “นั่งลงเถอะ! กินด้วยกัน”
“ได้” ตู้ฝานเอ่ย ไม่ได้ไปช่วยคุ้มกันพวกเขาทั้งสอง มีเหล่าไป๋กับอสูรกลืนเมฆาเฝ้าอยู่ที่นั่น ผู้ฝึกตนพวกนั้นกล้าเล่นตุกติกก็แปลกแล้ว
“นายท่าน พวกเขาทะลวงขั้นพลังอยู่ข้างบน ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเสร็จพร้อมกันหรือไม่ หาไม่แล้ว พรุ่งนี้พวกเราก็คงขึ้นไปไม่ได้แล้วกระมัง”
“อืม ไม่ต้องรีบร้อน มาถึงที่นี่แล้วก็ให้พวกเขาทะลวงขั้นพลังเสร็จแล้วพักผ่อนก่อน จากนั้นก็ค่อยไปต่อ” เฟิ่งจิ่วตอบ หันไปมองห้าวเอ๋อร์ที่กำปกเสื้อของเซวียนหยวนโม่เจ๋ออยู่ น นางยิ้มพลางบอกว่า “อุ้มนานขนาดนี้คงเหนื่อยแล้วกระมัง ข้าอุ้มบ้าง”
“ไม่ต้อง เจ้ากินอะไรก่อนเถิด!” เซวียนหยวนโม่เจ๋อบอก
เฟิ่งจิ่วได้ยินดังนั้นก็ครุ่นคิด ก่อนพยักหน้ารับ “ได้”
ทั้งสามรวมถึงไป๋ชิงเฉิงที่หมดสติอยู่พักผ่อนตรงนั้น จนกระทั่งเช้าวันต่อมา สายฟ้าก็ผ่าลงมาจากท้องฟ้าสายแล้วสายเล่า…