อมมีจิตแน่วแน่ไม่ธรรมดา ที่น่ าแปลกใจคือฮุยหลาง ปกติดูเขาไม่ค่อยเอาไหน นึกไม่ถึงว่าจะมีจิตที่มุ่งมั่นขนาดนี้”
“พวกเราสามคน ฟั่นหลินเจ้าถนัดการกลั่นยา วรยุทธ์ต่ำหน่อยก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ข้ากับหลัวอวี่หากอ่อนแอ นี่ก็ไม่ใช่เรื่องสมควรแล้ว ดูท่าภายหน้าคงต้องตั้งใจฝึกวรยุทธ์ให้มากขึ้น นแล้ว” ตู้ฝานถอนหายใจ
“อืม ใช่แล้ว จะต้องตั้งใจฝึกให้มากขึ้นกว่านี้ ไม่อย่างนั้นจะต้องถูกทิ้งไว้ข้างหลังแน่ๆ” หลัวอวี่พยักหน้าอย่างเห็นด้วย
ในเวลานี้เอง ทั้งสามเดินขึ้นมาถึงบันไดขั้นที่เก้าสิบแปดพร้อมกันโดยไม่ได้ตั้งใจ พวกเขาหยุดเดิน พลางรู้สึกได้ว่ากลิ่นอายพลังวิญญาณขุมหนึ่งกำลังขับเคลื่อนอยู่ในร่างกาย หลังจ จากตั้งสติแล้วจึงหันไปมองข้างหลัง เห็นเฟิ่งจิ่วคอยตามมาอยู่ไม่ไกล
“นายท่าน ข้ารู้สึกเหมือนกำลังจะทะลวงขั้นแล้ว” เหลิ่งซวงบอก น้ำเสียงราบเรียบมีแววตื่นเต้นแฝงอยู่
“เหมือนว่าข้าจะทะลวงขั้นแล้วเหมือนกัน กระแสพลังที่จุดตันเถียนของข้ากำลังขับเคลื่อน” ฮุยหลางเองก็เอ่ยขึ้นเช่นกัน เขาเอามือไปแตะที่จุดตันเถียนของตนเอง
อิ่งอีไม่พูดอะไร เพียงยกเท้าก้าวไปข้างหน้า เขาก้าวข้ามบันไดขั้นที่หนึ่งร้อย จนกระทั่ง…
………………………………….