เจ้าไปเปลี่ยนตัวกับเว่ยเฟิ่งและกู้โม่มา”
พอได้ยินเช่นนั้น พวกเขาถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเหมือนจะไม่เห็นสองคนนั้นตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว ด้วยเหตุนี้หลัวอวี่จึงถามว่า “เจ้าตำหนัก พวกเขาสองคนไปทำอะไรตรงนั้นหรือ”
“อาจิ่วให้พวกเขาต้มข้าวต้มให้ห้าวเอ๋อร์กิน คำนวณเวลาแล้วน่าจะสุกแล้วล่ะ พวกเจ้าไปดูหน่อย หากต้มสุกแล้วก็ตักมาถ้วยหนึ่ง” เซวียนหยวนโม่เจ๋อกำชับ
“ได้” ทั้งสองรับคำก่อนจะเดินไปทางนั้น แถวๆ นี้เป็นพื้นที่โล่งกว้าง แต่พวกเขาไม่ได้อยู่บนพื้นที่โล่งกว้าง ทว่าพักอยู่ใต้ต้นไม้ที่อยู่ไม่ไกล
พอไปถึงตรงนั้น หลัวอวี่กับตู้ฝานเห็นพวกเขาทั้งสองกำลังยืนดูเหตุการณ์บนบันไดสู่แดนเซียนอยู่ใต้ต้นไม้ ครั้นเห็นพวกเขา ก็เผยรอยยิ้มออกมา
“พวกเจ้ามาแล้วหรือ นายท่านน้อยหิวแล้วกระมัง ข้าวต้มสุกแล้ว” เว่ยเฟิ่งเอ่ย ก่อนหันไปเติมฟืน
“เว่ยเฟิ่ง กู้โม่ พวกเจ้าก็เห็นแล้วใช่หรือไม่” หลัวอวี่ถาม ดวงตารุ่มร้อนเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
“เห็นแล้ว เจ้ากับฟั่นหลินแล้วก็ตู้ฝานเดินขึ้นไปถึงขั้นที่เจ็ดสิบกว่าก็ลงมาแล้ว” ทั้งสองเอ่ยอย่างล้อเลียน
“พวกข้า เฮ้อ ตอนนี้พวกข้าเสียดายจะแย่แล้ว รู้อย่างนี้คงกัดฟันเดินขึ้นไปให้ถึงขั้นที่หนึ่งร้อย พวก