ั่งอยู่ และในขณะนี้เองชายคนนั้นก็กำลังจ้องมาที่เขาด้วยดวงตาดำขลับลึกล้ำยากคาดเดา สายตานั้นทำให้เขาขนลุ กไปทั้งตัว
“นายท่าน ตอนที่พวกข้าไปซื้อของก็ได้พบกับคุณชายท่านนี้เข้า เขาบอกว่าจะรับพวกข้าไปอยู่ด้วย พวกข้าจึงคิดว่าต้องกลับมาถามนายท่านก่อน” ตู้ฝานอธิบายด้วยรอยยิ้ม ก่อนหันไปม มองหลิงเทียนอวี่อย่างขบขัน
หลิงเทียนอวี่หนังศีรษะชาหนึบไปในทันที ร่างกายแข็งทื่อ เขาถลึงตาจ้องตู้ฝาน ก่อนแย้งว่า “หากเจ้าบอกข้าแต่แรกว่าเจ้านายของเจ้าคือโรคจิตคนนี้ ข้าจะหมายตาพวกเจ้าได้อย่างไร!”
“อ้อ? เช่นนั้นหรือ ข้าไม่รู้เลย” ตู้ฝานส่ายหน้าขณะโบกพัดในมือ
หลิงเทียนอวี่ขบกราม ไม่สนใจเขาอีก หลังจากสูดหายใจลึกๆ เขาก็หันไปมองเฟิ่งจิ่ว “เจ้ามาทำอะไรที่นี่อีก ไม่กลัวเจอคนที่ไล่ล่าเจ้าตอนนั้นแล้วหรือ”
เฟิ่งจิ่วมองเขาด้วยหางตา บอกว่า “ทำไม ครั้งนี้เจ้าหมายตาคนของข้า คิดจะท้าประลองอีกหรือ”
“เปล่า” เขาตอบ เสียท่าไปครั้งหนึ่งแล้ว เขาจะกล้าทำอีกได้อย่างไร
………………………………….