ลุกลนหันหลังกลับก็หัวเราะ พลางตะโกนขึ้นว่า “ครั้งนี้หมายตาคนของข้าหรือ ดูท่าเจ้าคงจำบทเรียนที่ข้าสั่งสอนเจ้าคราวก่อนไม่ได้แล้ วกระมัง”
เมื่อได้ยินเสียงนั้น หลิงเที่ยวอวี่ก็แข็งค้างไปทั้งตัว ชั่วขณะนั้น จะไปก็ไม่ได้ จะอยู่ก็ไม่ดี ได้แต่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ทว่าขณะนั้นเอง กลับมีเสียงตะคอกขององครักษ์ที่ไม่ด ดูตาม้าตาเรือคนหนึ่งดังขึ้น
“สามหาว! กล้าเรียกชื่อเจ้าเมืองน้อยของเราตรงๆ!” องครักษ์คนหนึ่งตวาด แต่เขาเพิ่งจะตะโกนออกไปก็ถูกตบหัวทันที
“เจ้าโง่! เจ้าอยากตายหรือไร!” หลิงเทียนอวี่ด่าพร้อมถลึงตาใส่ เขาหันไปมองบนชั้นสอง ก่อนจะกัดฟันทำใจดีสู้เสือ หมุนตัวกลับมา
พอมาถึงชั้นสองของหอสุรา เห็นเฟิ่งจิ่วในชุดกระโปรงสีแดงนั่งพิงบนเก้าอี้ สายตาพลันไหวระริกเล็กน้อย เขารู้ตั้งแต่ครั้งก่อนแล้วว่าอีกฝ่ายเป็นสตรี แต่นึกไม่ถึงว่าเวลาใส่ชุด ของสตรีแล้วจะสวยกระชากวิญญาณถึงเพียงนี้
ขณะกำลังจ้องมอง จู่ๆ ก็สัมผัสได้ว่ามีสายตาคมปลาบคู่หนึ่งจับจ้องมาที่เขาพร้อมกับแรงกดดันอันแข็งแกร่ง กดทับจนแทบหายใจไม่ออก เขารีบดึงสติแล้วหันไปมอง จึงเพิ่งสังเกตเห็นว่าข ข้างกายเฟิ่งจิ่วยังมีชายชุดคลุมสีดำรูปร่างหน้าตาไม่ธรรมดาคนหนึ่งน