กันเถอะ!”
เยี่ยจิงมุดหน้ากับหน้าอกของเขาอย่างเอียงอาย นางรับคำเบาๆ ไม่นานก็รู้สึกว่าตนเองถูกอุ้มมาวางที่เตียง มุ้งถูกปลดลง บดบังทิวทัศน์ฤดูใบไม้ผลิ…
เวลาเช้าตรู่ สามวันต่อมา
ทุกคนในจวนรวมตัวกันในห้องโถง แม้แต่กวนสีหลิ่นกับเยี่ยจิงก็อยู่ ครั้นเห็นทุกคนมากันครบแล้ว เฟิ่งจิ่วจึงพูดขึ้นว่า “ข้ากับเจ๋อตั้งใจว่าจะออกเดินทางแล้ว จากไปคราวนี้ไม่รู้ จะได้กลับมาเมื่อใด”
“เร็วขนาดนี้เลยหรือ” ทุกคนในห้องโถงต่างก็ประหลาดใจ พวกเขารู้สึกอาลัยอาวรณ์
เฟิ่งจิ่วกล่าวยิ้มๆ “ไม่เร็วหรอก นี่ก็กลับมาได้พักหนึ่งแล้ว อีกอย่างระยะทางจากที่นี่ไปเกาะเซียนเฝิงไหลก็ไม่ใกล้ เดินทางล่วงหน้าหน่อยจะได้มีเวลาเตรียมตัว”
นางยิ้ม แล้วเอ่ยต่ออีกว่า “อีกอย่าง ท่านพี่เพิ่งแต่งงาน ย่อมต้องอยู่ทางนี้นานหน่อย ฉะนั้นข้าจึงตั้งใจว่าจะส่งเฟิ่งเยี่ยกับหยางหยางกลับเอง”
“แต่ว่าพวกเจ้า…” กวนสีหลิ่นลังเลเล็กน้อย
“ท่านพี่ ท่านไม่ต้องห่วงพวกเราแล้ว”
เฟิ่งจิ่วยิ้มบอก “ด้วยวรยุทธ์ของท่านตอนนี้ เหลือเพียงปูพื้นฐานให้มั่นคงและทะลวงขั้นเท่านั้น ท่านฝึกอยู่ทางนี้ จะได้ดูแลครอบครัวไปด้วย การฝึกประสบการณ์ข้างนอกไม่จำเป็นสำหรั บท่านอีกต่อไปแล้ว เมื่อใดท