ี่วรยุทธ์ของท่านแข็งแกร่งถึงระดับหนึ่ง ท่านลองไปขึ้นบันไดสู่แดนเซียนดูสักครั้งก็ได้”
กวนสีหลิ่นพยักหน้า “ข้ารู้”
“เสี่ยวจิ่ว โม่เจ๋อ พวกเจ้าตั้งใจจะออกเดินทางเมื่อใด” เฟิ่งซานหยวนถามขึ้น
“หัวค่ำก็จะไปแล้ว” เซวียนหยวนโม่เจ๋อตอบ
ทุกคนได้แต่เงียบ ไม่มีใครเอ่ยอะไรต่อ สุดท้ายยังคงเป็นเฟิ่งซานหยวนที่พูดขึ้น “ก็ดีเหมือนกัน อย่างนั้นพวกเจ้าเตรียมตัวสักหน่อย หัวค่ำก็ออกเดินทางเถอะ! ไปครั้งนี้ ต้องอยู่ในสถ ถานที่ที่ไม่คุ้นเคย ทุกอย่างต้องระวังไว้ก่อนดีที่สุด ต้องจำไว้ไม่ว่าอย่างไร ความปลอดภัยก็สำคัญที่สุด”
“พวกเรารู้แล้ว” พวกเขาพยักหน้า
จู่ๆ ซั่งกวนหวั่นหรงก็ถามขึ้น ท่าทางราวกับเพิ่งนึกขึ้นได้ “เสี่ยวจิ่ว ห้าวเอ๋อร์เล่า เจ้าก็จะพาเขาไปด้วยหรือ เขายังเด็กขนาดนั้นจะเป็นอะไรหรือไม่…”
“ท่านแม่ ห้าวเอ๋อร์มีภูมิหลังที่ไม่ธรรมดา ไม่ว่าจะมอบให้ใครดูแลข้าล้วนไม่วางใจ ข้าจำเป็นต้องดูแลเขาเอง อีกอย่าง มีพวกเหลิ่งซวงคอยช่วยดูแล ไม่เป็นไรหรอกเจ้าค่ะ” เฟิ่งจิ่วอธิบ บายยิ้มๆ
“เช่นนั้นก็ได้! พวกเจ้ารีบกลับไปเก็บข้าวของเสียเถอะ” เฟิ่งเซียวกำชับ ก่อนจะหันไปมองเฟิ่งเยี่ยที่นั่งก้มหน้าอยู่ด้านหนึ่ง ก่อนยิ้มถามว่า “เฟิ่งเยี่ย ต้องไปแล้ว ไ