ทุกคนสงบลง หนึ่งในนั้นก้าวออกมาพร้อมถามขึ้นว่า “แม่นางอยู่ในจวนเจ้าเมืองไม่ยอมไปเช่นนี้ ไม่ทราบเป็นเพราะเหตุใดหรือ”
เฟิ่งจิ่วเดินไปนั่งข้างโต๊ะหิน พอได้ยินคำถามก็ยิ้ม ก่อนตอบไปว่า “ไม่ใช่ข้าไม่ไป แต่เจ้าเมืองของพวกท่านขอให้ข้าพักที่นี่”
ชายชราถามอีกว่า “เจ้าเมืองของพวกเรายังไม่ตื่น ไม่ทราบเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับแม่นางหรือไม่”
“ถูกต้องแล้ว” เฟิ่วจิ่วพยักหน้าตอบไปตามตรง
ได้ยินนางตอบอย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้ ทุกคนกลับตะลึงค้าง “เหตุผลที่แม่นางทำเช่นนี้คืออะไร”
เฟิ่งจิ่วหยักยิ้มมุมปาก ก่อนจะกวาดสายตามองผ่านพวกเขา “เจ้าเมืองเป็นคนของพวกท่าน ข้าคิดว่าพวกท่านน่าจะรู้จักเขาดีไม่ใช่หรือ”
ครั้นเฟิ่งจิ่วเอ่ยประโยคนี้ออกไป สีหน้าของพวกเขาพลันเปลี่ยนไปเล็กน้อย พวกเขาย่อมรู้อยู่แล้วว่าเจ้าเมืองเป็นคนอย่างไร เพียงแต่…
“เหอะ! ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาคุยกับนางอีก! ผู้หญิงเช่นนี้ ฆ่าก่อนแล้วค่อยว่ากัน!” ผู้ฝึกตนคนหนึ่งก้าวออกมา เขาชักดาบในมือ ก่อนพุ่งเข้ามาแทงไปยังเฟิ่งจิ่ว
เฟิ่งจิ่วเพียงนั่งนิ่งๆ อยู่ที่เดิม นิ้วมือเคาะโต๊ะเบาๆ ประกายเยือกเย็นพาดผ่านดวงตา ได้ยินนางเอ่ยขึ้นอย่างไม่สะทกสะท้านว่า “เหล่าไป๋”
พอสิ้นเสียง เหล่า