ก่อนจะสะบัดหางและเอ่ยอย่างประจบว่า “นายท่าน”
เฟิ่งจิ่วกระโดดขึ้นไปบนหลังของมัน ก่อนจะตบหัวมันเบาๆ พร้อมเอ่ยว่า “ไปกันเถอะ!”
“ได้เลย” เหล่าไป๋รับคำ ก่อนสาวเท้าพานางออกเดินทางไปข้างหน้า มันเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูง วิ่งราวกับโผบิน รวดเร็วจนเห็นเพียงฝุ่นตลบไปตามถนน ไม่เห็นแม้แต่เงา
ยามหัวค่ำ หนึ่งคนหนึ่งม้ามาถึงพื้นที่ชายหาด เมื่อมองดูน้ำประกายสีครามระยิบระยับบนผิวน้ำทะเล เหล่าไป๋ก็อดไม่ได้ที่จะหยุดฝีเท้า และอุทานว่า “นายท่าน ท่านดูนั่น เจ้าของสีฟ้า านั่นคือสิ่งใดหรือ”
เฟิ่งจิ่วกระโดดลงมายืนดูอยู่ริมหาด เหล่าไป๋วิ่งเข้าไปเหยียบฟองคลื่นเล่น พอมันย่ำเท้าลงไปในน้ำ วัตถุที่เปล่งแสงสีฟ้าขนาดเท่าฝ่ามือก็หดตัว ก่อนจะมุดลงไปในน้ำลึก
“นายท่าน ของพวกนี้กินได้หรือไม่” เหล่าไป๋ถาม มันย่ำเท้าลงไปด้วยความเร็วสูง ก่อนจะเหยียบเอาวัตถุที่เปล่งแสงสีฟ้าขนาดเท่าฝ่ามือไว้ใต้เท้าหนึ่งตัว จากนั้นก็ใช้เท้าเตะสิ่งนั้น นขึ้นไปบนฝั่ง
เฟิ่งจิ่วตอบว่า “ของสิ่งนี้กินไม่ได้ มันมีพิษ”
“หา? มีพิษ?” เหล่าไป๋ที่อยู