ว คล้ายจะไม่มีคนอื่นปรากฏตัวอีก
ดูจากลักษณะพื้นที่ ที่นี่น่าจะเป็นฐานทัพของพวกมัน นางน่าจะสามารถเริ่มตรวจสอบจากตรงนี้ได้
หลังจากตัดสินใจดังนั้น นางกระโดดลงมาจากต้นไม้ ขณะกำลังจะโฉบตัวไปยังอีกจุดหนึ่ง ก็เห็นชายชุดดำวิ่งเหยาะๆ เข้าไปปลดทุกข์ในป่า นางจึงแอบตามหลังอีกฝ่ายไปอย่างเงียบๆ…
“ยังไม่มีร่องรอยของภูตหมอเฟิ่งจิ่วอีกหรือ คนทั้งคน แม้จะใช้ค่ายกลก็ไม่น่าจะหนีไปได้ไกล เพิ่มกำลังคนกระจายพื้นที่ค้นหา! ลากตัวนางออกมาให้ได้!”
“ขอรับ!” ผู้ฝึกตนชุดดำรับคำ ก่อนจะพากำลังคนออกตามหาไปทั่วทิศ
ขณะที่เฟิ่งจิ่วตั้งใจจะเดินไปอีกทาง สายตาของผู้ฝึกตนชุดดำคนนั้นพลันจับจ้องมาที่นาง
“เจ้าคนนั้นน่ะ มานี่!” เขาตะโกนเรียกพร้อมกวักมือเรียกเฟิ่งจิ่ว เฟิ่งจิ่วยังไม่ทันเข้าไปใกล้ก็ถูกถามขึ้นว่า “เจ้าทำอะไรอยู่ตรงนั้นคนเดียว”
เฟิ่งจิ่วรีบเดินเข้าไปหา ก้มหน้าตอบอย่างนอบน้อม “ข้าน้อยเพิ่งไปปลดทุกข์มาขอรับ” เพราะนางกดเสียงให้ต่ำ จึงฟังราวกับเป็นคนละคน ไม่ว่าใครได้ยินก็ไม่คาดคิดว่าเป็นเสียงของผู้ห หญิง
ผู้ฝึกตนชุดดำคนนั้นจ้องมองนาง ก่อนพูดขึ้นว่า “ป้ายห้อยเอวของเจ้า!”