ู้กำลังคิดสิ่งใดอยู่
ส่วนเฟิ่งจิ่วแววตาฉายประกายแปลกใจ “ในเมืองนี้กลับมีคนสามารถทำให้นางหมดสติได้?” เธอหันไปมองเซวียนหยวนโม่เจ๋อ ก่อนเอ่ยว่า “พวกเราไปดูกันหน่อยเถอะ!”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อพยักหน้า ก่อนจะไปที่เรือนของอวิ๋นเสวี่ยซินพร้อมกับเธอ
เหลิ่งหวาเดินตามข้างหลังไปด้วย พอมาถึงที่เรือน ตู้ฝานยืนรออยู่ตรงนั้นแล้ว ครั้นเห็นพวกเขามา ก็รีบขานเรียก “เจ้าตำหนัก นายท่าน นางอยู่ในห้องแล้ว”
พวกเขาพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะสาวเท้าเข้าไป ทันทีที่เข้าไป ได้กลิ่นคาวเลือดฉุนโชยเข้าจมูก โดยเฉพาะในห้องด้านใน พอพวกเขาเห็นสภาพอวิ๋นเสวี่ยซินที่นอนอยู่บนเตียงก็ยิ่งตกใจ
เสื้อผ้าสีขาวบนตัวอวิ๋นเสวี่ยซินถูกเลือดย้อมจนแทบจะกลายเป็นสีแดงไปทั้งตัว ชุดกระโปรงฉีกขาด บาดแผลมากมาย ดูน่าสยดสยองไม่น้อย
เฟิ่งจิ่วก้าวเข้าไปตรวจสอบ ผ่านไปครู่ใหญ่ถึงดึงมือกลับ เธอหันไปบอกเซวียนหยวนโม่เจ๋อ “อาการบาดเจ็บภายในไม่เบาเลย กระดูกซี่โครงด้านซ้ายของนางแตกเป็นสองท่อน ที่เหลือล้วนเป็น นบาดแผลภายนอก บาดแผลบนตัวแม้มีเยอะ แต่ไม่อันตรายถึงชีวิต เพียงแค่เสียเลือดมากเท่านั้น ลมหายใจไม่มั่นคง สีหน้าซ