้ามาแล้ว
“ข้าได้ยินเด็กร้องไห้ คิดอยู่ว่าเป็นเพราะหิวข้าวหรือเปล่า จึงยกข้าวต้มเละมาให้” อวิ๋นเสวี่ยซินว่า สายตาจับจ้องไปที่ประตูห้องที่ปิดสนิทด้านหลังเหลิ่งซวง ก่อนถามว่า “เด็กอย ยู่ในห้องหรือ?”
“เมื่อครู่ข้าเพิ่งป้อนข้าวให้นายท่านน้อย แม่นางอวิ๋นเอาข้ามต้มของท่านกลับไปเถอะ!” เหลิ่งซวงเอ่ย หันไปมองคนที่ตามมาข้างหลัง หัวใจสั่นไหวเล็กน้อย
เจ้าตำหนักก็มาด้วยหรือ? นายท่านยังอยู่ในห้อง! เจ้าตำหนักจะรู้หรือไม่? นายท่านบอกว่าให้ไล่คนกลับไป นี่หมายถึงเจ้าตำหนักด้วยหรือไม่?
“เด็กเล่า?” เซวียนหยวนโม่เจ๋อถาม
ครั้นเห็นว่าในห้องไม่มีเสียงอะไร เหลิ่งซวงจึงตอบว่า “อยู่ในห้อง เพิ่งหลับไปเมื่อครู่เจ้าค่ะ”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อหันไปมองอวิ๋นเสวี่ยซิน กล่าวว่า “ในเมื่อหลับแล้ว อย่างนั้นเจ้าก็กลับไปก่อนเถอะ!”
“เจ้าค่ะ ศิษย์พี่ อย่างนั้นข้ากลับก่อนแล้ว” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน คารวะเล็กน้อย ก่อนจะเดินออกไป
หลังจากที่เซวียนหยวนโม่เจ๋อเห็นนางกลับไปแล้ว ก็คิดจะเข้าไปดูในห้อง แต่เสียงของเหลิ่งซวงกลับดังมาก่อน เขาจึงชะงักฝีเท้า
“เจ้าตำหนัก นี่ก็ดึกมากแล้ว