็ตกใจเล็กน้อย หันกลับไปมองข้างหลังแวบหนึ่ง แต่กลับไม่เห็นอะไร ฉะนั้นจึงเดินลงต่อไป
“แม่หนู ข้ากำลังพูดกับเจ้าอยู่นะ! ทำไมเจ้าไม่ขึ้นมา?” เสียงของตาเฒ่าฟังดูลนลานร้อนใจ
ครั้งนี้เฟิ่งจิ่วมั่นใจแล้วว่ากำลังพูดกับเธออยู่ เพียงแต่ เธอกลับไม่เห็นตัวคนพูด ฉะนั้นจึงหันไปมองประตูบานนั้นแวบหนึ่ง กล่าวว่า “ข้าแค่ขึ้นมาดูเฉยๆ ไม่ได้อยากข้ามไป”
ครั้นได้ยินคำตอบ ตาเฒ่าในร่างเด็กถลึงตา แม้แต่คนอื่นๆ ก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจเช่นกัน พวกเขาทำหน้าเหมือนไม่อยากเชื่อหูตัวเอง
“อย่างนั้นเจ้ามาทำไม! แกล้งพวกข้าเล่นหรืออย่างไร?” ตาเฒ่าถามอย่างไม่พอใจ
เฟิ่งจิ่วฉายแววตาประหลาดใจ พวกข้า? เห็นได้ชัดว่าด้านหลังประตูบานนั้นไม่ได้มีตาเฒ่าที่มีวรยุทธ์ลึกล้ำอยู่แค่คนเดียว! ด้วยเหตุนี้ เธอจึงตอบว่า “เมื่อกี้ข้าก็บอกแล้วอย่างไรเล่า า ข้าแค่ขึ้นมาดูเฉยๆ แล้วข้าก็ไม่รู้ด้วยว่าพวกท่านอยู่ข้างหลังประตูบานนั้น ฉะนั้นจะบอกว่าข้าแกล้งพวกท่านไม่ได้”
ตาเฒ่าเหล่านั้นไร้คำโต้แย้งไปชั่วขณะ พวกเขานึกไม่ออกจริงๆ ว่าสมองของแม่หนูนั่นกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่?
สุดท้าย หนึ่งในนั้นถามขึ้นมาอีก