ครั้ง “เจ้าชื่ออะไร?”
“เฟิ่งจิ่ว” เธอตอบอย่างไม่ปิดบัง
“เฟิ่งจิ่ว? อื่ม พวกข้าจำไว้แล้ว”
เฟิ่งจิ่วรับคำ ก่อนจะเอ่ยอีกว่า “ขอลา” เอ่ยจบ ก็เดินลงบันไดไปต่อ
เห็นเธอค่อยๆ เดินลงไปอย่างไม่คิดรีรอ พวกเขาถึงกับพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ กระทั้งสุดท้าย หนึ่งในนั้นจึงโพล่งออกมาประโยคหนึ่ง “ดีใจเก้อเลย”
“ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่คนที่มีความทะเยอทะยาน นางจะกลับมาอีกครั้ง” อีกเสียงหนึ่งเอ่ยขึ้น ก่อนพูดอีกว่า “พวกเจ้าจะมาแย่งกับข้าไม่ได้ เฟิ่งจิ่วผู้นี้ ข้าจองแล้ว”
“เจ้าจองแล้วอะไร? ข้าเป็นคนหมายตาก่อนแท้ๆ”
“ข้ามองออกเป็นคนแรกว่านางเป็นหญิงที่แต่งกายเป็นชาย ฉะนั้นนางควรเป็นของข้า”
“แย่งอะไรกัน? อายุปูนนี้แล้วไม่ขายหน้าบ้างหรือ แม่หนูนั่นตอนนี้ไม่เห็นแม้แต่เงาร่างแล้วด้วยซ้ำ ยังมีอะไรให้แย่งกันอีก? หากจะแย่งกัน ภายหน้าหากนางมาอีกครั้ง ก็ให้นางเลือ อกเองไม่ดีกว่าหรือ?” ตาเฒ่าในร่างเด็กพูดแทรกขึ้น เขาหันไปมองประตูบานนั้น เอ่ยอย่างทอดถอนใจว่า “ปีนี้ดูท่าคงต้องจบทั้งอย่างนี้แล้วล่ะ”
เฟิ่งจิ่วไม่รับรู้เลยว่าพวกเขากำลังเถียงอะไรกันอยู่ ตอนที่เธอลงมาถึงข้างล่าง