อสู้กันข้างหลังบ้าง เสียงกรีดร้องบ้าง และข้างหน้า ก็มองเห็นเงาร่างจำนวนหนึ่งกำลังเดินอยู่ท่ามกลางหมอกควัน
ชายชรากับเหอซูเห็นเขาก้าวขึ้นมา หนึ่งก้าวหนึ่งขั้น ท่าทางเหมือนผ่อนคลายมากด้วย พวกเขาอดประหลาดใจไม่ได้ พอเขามาหยุดยืนข้างกายพวกเขา ชายชรามองหน้าเขาแล้วเอ่ยอย่างทอดถอน นใจว่า “สหายน้อย เจ้าช่างลึกล้ำยากคาดเดาจริงๆ!”
เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ กล่าวว่า “ยังเดินไปไม่ถึงยอด จะรู้ได้อย่างไรว่าข้าล้ำลึกยากคาดเดา?” เธอสาวเดินขึ้นไป พลางเอ่ยว่า “ทั้งสองท่าน ไปกันเถอะ!”
ทั้งสองคนเห็นเขาสาวเดินขึ้นไปก็ชะงักเล็กน้อย ก่อนจะเดินตามขึ้นไปด้วย พวกเขาเดินมาได้เกือบครึ่งทางแล้ว ยิ่งขึ้นไปสูง ก็ยิ่งก้าวเท้าลำบาก โดยเฉพาะเหอซูที่ค่อยๆ ดูลำบากมากข ขึ้นเรื่อยๆ กลิ่นอายพลังในร่างกายก็เริ่มแปรปรวน
รู้สึกได้ว่าร่างกายมาถึงขีดจำกัดแล้ว เหอซูจึงหยุดเดิน ก่อนเอ่ยกับพวกเขาว่า “ข้าถึงขีดจำกัดแล้ว หากยังฝืนขึ้นไปอีกเกรงว่าข้าจะรับไม่ไหว”
เฟิ่งจิ่วกับชายชราที่อยู่ข้างหน้ามองเขาแวบหนึ่ง ก่อนพยักหน้า พวกเขาไม่ได้พูดอะไรมาก เ