พียงเดินต่อไป ส่วนเหอซูนั้นหันหลังเดินกลับลงไป
“สหายน้อย เจ้าไม่รู้สึกอะไรเลยหรือ?” ชายชรอดถามไม่ได้ เห็นสีหน้าเฟิ่งจิ่วเป็นปกติ ไม่มีท่าทีลำบากหรือทรมานแต่อย่างใด จึงอดแปลกใจไม่ได้
“รู้สึกสิ!” เฟิ่งจิ่วถอนหายใจเบาๆ
ชายชราได้ยินก็มองหน้าเฟิ่งจิ่วอย่างตื่นเต้น รีบถามทันที “รู้สึกอะไร?”
“ทำไมเส้นทางนี้จึงได้ยาวนัก? ยังเหลืออีกกี่ขั้นกว่าจะถึงจุดสูงสุด?” เฟิ่งจิ่วเอ่ยอย่างถอนใจ น้ำเสียงแฝงแววจนใจ ชายชราที่ได้ยินคำตอบตะลึงงัน ผ่านไปครู่หนึ่งก็ยังดึงสติกลับ บมาไม่ได้
ผ่านไปครู่หนึ่ง ชายชราสูดหายใจลึกๆ เอ่ยขึ้นว่า “ข้าหมายถึงความรู้สึกอย่างอื่น ไม่รู้สึกอึดอัดบ้างหรือ? เจ้าไม่รู้สึกถึงแรงกดดันที่บันได้เซียนนี้แผ่ออกมาหรือ? ไม่รู้สึกว่าเ เลือดลมในร่างกายปั่นป่วนบ้างหรือ?”
เฟิ่งจิ่วพลันชะงักเท้า นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็หันไปพูดกับชายชราว่า “ไม่รู้สึกจริงๆ ข้าแค่รู้สึกว่าเส้นทางนี้ยาวเกินไป เดินขึ้นมาจนเหนื่อยแล้ว” ขณะเอ่ย เธอเอาผลไม้