ด้วย” เฟิ่งจิ่วเอ่ย ก่อนจะปล่อยมือที่จับเสื้อของเขาไว้
“เจ้าคือ…เฟิ่งจิ่ว?” ผู้เฒ่าเซี่ยได้ยินเสียงนั้นแล้วรู้สึกคุ้นเคย จึงอดถามออกไปอย่างลังเลไม่ได้ เพียงแต่ หน้าตาของเด็กหนุ่มชุดแดงตรงหน้าหล่อเหลาไม่ธรรมดา จึงรู้สึกไม่มั่นใจนัก
เฟิ่งจิ่วยิ้ม “ข้าเอง”
ผู้เฒ่าเซี่ยได้ยินคำตอบก็ตะลึงงัน ยิ้มเอ่ยว่า “นึกไม่ถึงว่าจะเป็นเจ้าจริงๆ แทบ…แทบจำไม่ได้เลย!” ราวกับเปลี่ยนไปคนละคน หากไม่ใช่เพราะเสียงของอีกฝ่าย เขาคงจำไม่ได้แล้วจริงๆ
“ท่านผู้เฒ่าก็จะขึ้นบันไดสู่แดนเซียนด้วยหรือ? ไปด้วยกันเถอะ!” เฟิ่งจิ่วเอ่ย ก่อนจะก้าวขึ้นบันไดขั้นต่อไป
ผู้เฒ่าเซี่ยชะงักงันไปเล็กน้อย ก่อนจะรีบตามไป เพียงแต่ แต่ละย่างก้าวของเขาไม่ได้ง่ายเลย หนำซ้ำยิ่งก้าวสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ก็เหมือนมีภาพลวงตาอันสับสนวุ่นวายคอยก่อกวนความคิดของเข ขา ทันใดนั้น เขามองไปข้างหน้า กลับไม่เห็นเงาร่างของเฟิ่งจิ่วแล้ว เห็นเพียงเสื้อตัวใหญ่อ้าปากกว้างและกระโจนเข้ามาใส่เขา
เสือร้ายท่าทางดุดัน อ้าปากที่มีเขี้ยวแหลมคม อันตรายที่ประชิดเข้ามาตรงหน้า ทำให้เขาลั่นร้องตกใจถอยไปข้างหลังและกลิ่งตกลงบันไดไปหลายขั้น
เฟิ่งจิ่