้วยังเห็นภาพนั้นอย่างไม่ทันตั้งตัว ทำเอาชายฉกรรจ์สองคนที่เดินนำหน้าตกใจขวัญเตลิด พวกเขาตั้งท่าป้องกันตัวโดยสัญชาตญาณ ขณะเดียวกันก็ตะโกนเสียงดังกร้าว
“ตัวอะไรวะนั่น!”
เฟิ่งจิ่วอึ้งงัน มองคนพวกนั้นแวบหนึ่ง ก่อนจะก้มหน้ามองเสื้อผ้าสีแดงของตัวเอง ก่อนจะหัวเราะเบาๆ บอกว่า “ข้าไม่ใช่ผีนะ”
ได้ยินเสียงหัวเราะ ชายฉกรรจ์สองคนนั้นยิ่งขนลุก กระทั่งเพ่งมองอย่างละเอียด ว่านั่นคือเด็กหนุ่มที่สวมใส่ชุดสีแดงต่างหาก ความเลือนรางก่อนหน้าชัดเจนขึ้นในเวลานี้ และทำให้หัวใจท ที่ตึงเกร็งของพวกเขาผ่อนคลายลงมา
“ข้ายังนึกว่าเป็นผีเสียอีก! ตกใจหมดเลย เมื่อกี้แวบแรกเห็นแค่หัวคนจ้องมองมาทางพวกข้า นึกว่าเจอผีจริงๆ เสียแล้ว” ชายฉกรรจ์คนหนึ่งพึมพำ เมื่อเดินเข้าไปใกล้ ดวงตาก็จับจ้ องพิจารณ์เฟิ่งจิ่วไปด้วย
“ห้ามเสียมารยาท”
ชายวัยกลางคนที่เป็นหัวหน้าเอ็ดด้วยสีหน้าเข้มๆ เหลือบมองชายฉกรรจ์คนนั้นแวบหนึ่ง ชายฉกรรจ์คนนั้นที่ยังอยากจะพูดต่อถูกตวัดสายตามองเช่นนี้ จึงรีบปิดปากแล้วถอยหลังไป
ชายวัยกลางคนมองเด็กหนุ่มชุดแดงที่นั