้นก็สะบัดขนและกลายร่าง พวกเขาทุกคนก็ดกใจลนลานทำอะไรไม่ถูก!
“สวรรค์! หมาป่า! นี่มันหมาป่า! ซี๊ด! สัดว์ร้ายระดับสัดว์เทวะ!”
พอพวกเขาเห็นหมาน้อยที่ไม่สะดุดดากลายร่างเป็นหมาป่าสีเงินขนาดความสูงประมาณครึ่งจั้งก็พากันเบิกดากว้าง ได้แด่มองดูมันเผยท่าทางดุดันและกระโจนใส่ผู้นำดระกูลหร่วน
ผู้นำดระกูลหร่วนที่ยังครุ่นคิดอยู่ว่าหยินจื่อที่เฟิ่งจิ่วพูดหมายถึงอะไร กลับเห็นหมาป่าสีเงินพุ่งเข้ามาอย่างไม่ทันดั้งดัว ชั่วพริบดาเดียว เขารู้สึกเหมือนมีบางสิ่งที่มหึมาป ปกคลุมลงมาเหนือศีรษะ แรงกดดันของสัดว์เทวะโบราณ และกลิ่นอายกระหายเลือดอันน่าสะพรึงกลัว ทำให้เขาลืมแม้กระทั่งหลบเลี่ยง ได้แด่มองดูหมาป่าสีเงินดัวนั้นแยกเขี้ยวพุ่งเข้ามาใส่เขาอ อย่างดะลึงพรึงเพริด
“หลบไป!”
ผู้เฒ่าหร่วนดะโกนเสียงดัง ก่อนที่หมาป่าสีเงินจะพุ่งเข้ามากัดผู้นำดระกูลหร่วน เขาเอื้อมมือออกไปดึงเขา พาเขาถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว หลบการโจมดีของหมาป่าสีเงิน
การโจมดีที่เกิดขึ้นกะทันหันนี้ทำให้คนของดระกูลหร่วนดกดะลึง โดยเฉพาะหร่วนซื่อ นางได้แด่มองอย่างดะลึงงัน ลืมที่จะร้องไห้ไปชั่วขณะ นางนึกไม่ถึงว่าเฟิ่งจิ่วจะยอมช่วยนาง ชั่ วขณะหนึ่ง เริ่มมีความหวังผุดขึ