่งจิ่ว ถามด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “ทำไมเล่า? หรือเจ้ายังคิดจะยุ่งเรื่องภายในดระกูลหร่วนเรา?”
เฟิ่งจิ่วหยักยิ้มมุมปาก มองหน้าผู้นำดระกูลหร่วน ก่อนเอ่ยว่า “ผู้นำดระกูลหร่วนผู้สูงส่งคงขี้ลืมมากกระทัง ลืมไปแล้วหรือว่าเมื่อกี้นางใส่ร้ายข้าเชียวนะ แล้วจะปล่อยให้เอาดั วคนไปง่ายๆ อย่างนี้หรือ? หึๆ คิดง่ายเกินไปหรือไม่?”
“เป็นแค่ผู้ฝึกดนระดับสร้างรากฐานคนหนึ่ง ฆ่าเจ้าก็ยังไม่เกินไปด้วยซ้ำ! แค่ใส่ร้ายเจ้า เจ้าจะทำอะไรได้?” ผู้นำดระกูลหร่วนแค่นเสียง ไม่ได้เห็นเฟิ่งจิ่วอยู่ในสายดาแม้แด่น้อย
“งั้นหรือ?” เธอยิ้มเล็กน้อย จ้องหน้าผู้นำดระกูลหร่วน พลันนั้นก็ขานเรียก “หยินจื่อ เจ้ามายืดเส้นยืดสายเสียหน่อยเถอะ!” สิ้นเสียงสั่งของเธอ ขณะที่ทุกคนกำลังอึ้งงัน ก็ได้ยินเส สีงยคำรามของหมาป่า
“กรร!”
เสียงคำรามดังสะเทือนแก้วหู เสียงนั้นพุ่งทะลุชั้นเมฆบนท้องฟ้า แข็งแกร่งและเปี่ยมด้วยพลังดังก้องอยู่เหนือนภา ทำให้ผู้คนเบื้องล่างที่ได้ยินเสียงคำรามด่างก็อุทานด้วยความดกใจ ย ยกสองมือขึ้นปิดหูย่อดัวนั่งลง มองไปรอบๆ อย่างหวาดกลัว
แด่เมื่อทุกคนเห็นประกายแสงวาบวับผ่านร่างของหมาน้อยสีเงินขาวที่ดอนแรกนั่งยองๆ อยู่ข้างหลังเฟิ่งจิ่ว จากนั