้นางไม่อาจขยับตัวได้
ผู้นำตระกูลหร่วนมองคุณหนูหร่วนสี่ ก่อนจะหันไปมองเฟิ่งจิ่วอีก ถามว่า “เจ้าทำอะไรกันแน่!”
“ไม่ได้ทำอะไร ข้าแค่ให้นางกินยาสัจจะ ทำให้นางเปิดปากพูดความจริงเท่านั้น” เฟิ่งจิ่วหยักยิ้มมุมปาก ตอบคำอย่างไม่ยี่หระ จากนั้นเสียงฮือฮาก็ดังขึ้น มีคนถามขึ้นมาว่า “คุณหนูหร ร่วนสี่ เสื้อผ้าของเจ้าใครเป็นคนฉีก? มีคนรังแกเจ้าหรือไม่? มีคนเอาเปรียบเจ้าหรือไม่?”
“ข้าฉีกเอง ข้าจงใจฉีกให้ขาดเอง ไม่มีคนรังแกข้า ไม่มีคนเอาเปรียบข้า”
คำพูดออกจากปากของตนเองอย่างไม่อาจควบคุม หร่วนซื่อได้ยินคำพูดที่ออกจากปากของนาง ใบหน้าพลันซีดเผือดไปทั้งดวง ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อย นางอยากห้ามตนเอง แต่กลับห้ามไม่ได้ ราวก กับร่างกายถูกควบคุมไว้ ทำให้พูดคำพูดที่อยู่ในใจออกมาจนสิ้น
“ไม่ๆ ไม่ใช่อย่างนี้ นี่ไม่ใช่สิ่งที่ข้าจะพูด ข้าแค่บอกให้เขาไปเป็นแขกที่ตระกูลหร่วนแต่เขาไม่ยอม ข้าจึงอยากจะบังคับเขา ไม่ใช่ ไม่ใช่อย่างนั้นนะ ขะ ข้า…” นางยิ่งพูดก็ยิ่งส สับสน ยิ่งพูดก็ยิ่งลนลาน
ผู้คนรอบข้างต่างส่งเสียงฮือฮา นึกไม่ถึงว่าเรื่องจะเป็นอย่างนี้ ที่แท้นี่ก็เป็นเพียงละครฉากหนึ่งที่นางสร้างขึ้น เพราะนางเชิญเฟิ่งจิ่วไปเป็นแขกที่ตระ