้าด้วยเจตนาร้าย จะเป็นอย่างไรนะ?”
นางพูดไปพลาง ปลดเสื้อผ้าของตนเองไปพลาง ขณะเดียวกันก็ฉีกแขนเสื้อข้างหนึ่งด้วย เผยให้เห็นผิวขาวเนียนดุจหิมะ จากนั้นก็ยีเส้นผมที่เกล้าไว้อย่างสวยงามให้ยุ่งเหยิงเล็กน้อย ก่อนจะมองพิจารณาสภาพตนเอง สุดท้ายก็ยิ้มออกมาอย่างพอใจ
“เหมือนใช่ไหมเล่า? ครั้งที่แล้วข้าก็เห็นพี่สามของข้าใส่ร้ายคนที่นางไม่ชอบ คนคนนั้นไม่ยอมทำตามที่นางสั่ง สุดท้ายก็เหมือนจะถูกตีจนขาหักทั้งสองข้างแล้วโยนออกนอกเมืองไปแ แล้ว”
นางเอ่ยด้วยสีหน้าไร้เดียงสา พลางมองเฟิ่งจิ่ว “เจ้าฉลาดขนาดนี้ แต่กลับไม่ยอมรับใช้ข้า แล้วก็ไม่ยอมเข้าตระกูลหร่วน อย่างนั้นข้าก็ทำได้แค่คิดหาวิธี ข้าคิดว่าอีกเดี๋ยวข้าร ร้องขอความช่วยเหลือ คนด้านหน้าจะต้องวิ่งมาที่นี่ เจ้ารังแกข้า เอาเปรียบข้า คนในบ้านของข้าจะต้องไม่ยอมจบง่ายๆ แน่ พี่ชายเสี่ยวจิ่ว เจ้าว่าใช่หรือไม่?”
เฟิ่งจิ่วมองนางด้วยสีหน้าแปลกๆ ตอนนี้เธอมั่นใจได้ว่า จิตใจของเด็กสาวคนนี้ได้บิดเบี้ยวไปแล้วจริงๆ