ทำให้พวกเขาตะลึงก็คือ พวกเขาเพิ่งนั่งลง เฟิ่งจิ่วก็ลุกขึ้นแล้ว
“พวกท่านค่อยๆ กินก็แล้วกัน! ข้ายังมีธุระต่อ ขอตัวกลับก่อน” เธอเอ่ยยิ้มๆ หลังจากจ่ายเงินก็สั่งของว่างสองสามอย่างให้พวกเขา พร้อมกับเอ่ยว่า “อาหารที่แผงลอยนี้รสชาติไม่เลว พวกท่านชิมดู”
เห็นเฟิ่งจิ่วหันตัวเดินจากไป ผู้เฒ่าส่ายหน้าหัวเราะ “นี่คือไม่อยากใกล้ชิดกับพวกเราหรือ? นึกไม่ถึงว่าจะมีวันที่ข้าถูกรังเกียจเช่นนี้ด้วย!”
กัวซิ่นหนิงไม่ได้พูดอะไร เพียงหยิบตะเกียบยื่นให้ท่านปู่ของเขา “ท่านปู่ ลองชิมรสชาติดู”
ด้วยเหตุนี้ หลังจากที่ทั้งสองกินอะไรเล็กน้อยก็กลับเรือนรับรองไป คิดอยู่ว่าจะหาเวลาไปเยี่ยมตระกูลเซี่ย
ส่วนเฟิ่งจิ่วที่ถึงจวนเซี่ยแล้วกลับเข้าห้องไปศึกษาแผนที่อย่างละเอียด จดจำเส้นทางทั้งหมดไว้ ขณะเดียวกันก็ระมัดระวังเรื่องที่ผู้เฒ่ากัวเล่าให้ฟังด้วย กระทั่งถึงตอนเที่ยง เซี่ยอวี้ถังเคาะประตูห้องเธอ
“เสี่ยวจิ่ว เสี่ยวจิ่ว”
ประตูห้องเปิดออก เธอมองเขาที่ยืนอยู่นอกห้อง ก่อนถามว่า “มีเรื่องอะไรหรือ?”
“ตระกูลหร่วนบอกว่าจะมอบของขวัญปลอบขวัญให้พวกเรา ท่านแม่ให้ข้ามาถามเจ้า จะไปหรือไม่?”