เรื่องนี้แม้จะเอาไปบอกผู้นำตระกูล ผู้นำตระกูลก็คงไม่เป็นศัตรูกับตระกูลหร่วนเพื่อลูกๆ ที่ไร้ข่าวคราวของพวกเรา” นึกมาถึงตรงนี้ นางอดไม่ไ ได้ที่จะร้องไห้อย่างปวดใจกว่าเดิม พลางตำหนิตนเองว่า “ล้วนโทษข้า เป็นความผิดข้าทั้งนั้น”
ทว่า เวลานี้ทั้งสองไม่รู้เลยว่า เซี่ยซือซือที่ลงจากเรือบินก่อนวิ่งไปที่บ้าน ไม่ได้เจอท่านพ่อท่านแม่หลายวันแล้ว นางคิดถึงพวกเขามาก
ทันทีที่เข้าประตูนางวิ่งถลาเข้าไปในลานสวน พลางตะโกนว่า “ท่านแม่ ท่านแม่ ข้ากลับมาแล้ว! ท่านแม่…”
เซี่ยเหยียนที่กำลังปลอบใจฮูหยินที่กำลังร้องไห้อย่างปวดใจได้ยินเสียงนี้ก็ตะลึงงัน ก่อนจะตะโกนขึ้นมาอย่างลิงโลด “เสียงของเสี่ยวซือ!”
ฮูหยินคนงามได้ยินก็หยุดร้องไห้ รีบลุกขึ้นแล้ววิ่งออกไป ครั้นเห็นลูกสาวที่พุ่งเข้ามาเหมือนผีเสื้อกระพือปีก นางอดไม่ได้ที่จะน้ำตาไหลด้วยความดีใจ “เสี่ยวซือ!” นางรีบวิ่งเข้า าไปกอดลูกสาว ร้องไห้ไปด้วย หัวเราะไปด้วย “เจ้าไปไหนมา? ทำไมไม่รู้จักกลับบ้าน? แม่เป็นห่วงแทบตายแล้ว”
ราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ นางดันลูกสาวออกแล้วสำรวจดู เห็นลูกสาวไม่ได้บาดเจ็บจึงถอนหายใจ ก่อนจะถามอย่างร้อนใจว่า “พี่ชายของเจ้ากับเสี่ยวจิ่วเล่า? พวกเขาไปกับเจ้า