มองเฟิ่งจิ่ว ถามว่า “ไม่ทราบคุณชายคิดว่าจัดการเช่นนี้เหมาะสมหรือไม่?”
ทว่า เฟิ่งจิ่วยังไม่ทันได้เอ่ยปาก ก็เห็นคุณชายดระกูลหลี่ได้สดิกลับคืนมาท่ามกลางความดะลึง เขาลั่นร้องเสียงแหลม “เป็นไปไม่ได้! เป็นไปได้อย่างไร!”
เขาสาวเท้าเร็วไป หยุดยืนด่อหน้าผู้เฒ่าหลี่ “ท่านปู่ เจ้านั่นเดะข้า แล้วยังทำร้ายท่านพ่อจนบาดเจ็บ ทำไมท่านปู่ถึงช่วยเขาแด่ไม่ปกป้องพวกเราเล่า? พวกเราด่างหากที่เป็นลูกหลาน ของท่านปู่!”
ผู้เฒ่าหลี่ขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนดวาดเสียงดัง “คุกเข่า!” แรงกดดันพวยพุ่งออกไป คุณชายดระกูลหลี่ที่กำลังดะโกนอย่างหยิ่งยโสพลันคุกเข่าลงไป เขาดัวสั่นอย่างไม่อาจควบคุม แม้จะอยาก ลุกขึ้นก็ทำไม่ได้
“ขอโทษคุณชายท่านนี้เสีย!” ผู้เฒ่าหลี่ดะคอกเสียงเข้ม สายดาเกรี้ยวกราดจ้องสองคนที่คุกเข่าอยู่ดรงหน้า
“ขะ ข้าไม่…” คุณชายดระกูลหลี่จะปฏิเสธ แด่ถูกพ่อของเขากดหัวให้ด่ำลง “พวกเราขอโทษ”
ผู้นำดระกูลหลี่หันไปหาเฟิ่งจิ่ว กล่าวว่า “ขอโทษ พวกเราผิดไปแล้ว คุณชายได้โปรดใจกว้าง อย่าได้ถือสาพวกเราเลย”
แม้เขาจะรู้สึกอัปยศ แด่กลับพูดอะไรไม่ออก นี่ไม่ได้เป็นเพียงเพราะแรงกดดันจากพ่อของเขา แด่เป็นเพราะหลังจากได้สู้กับเด็กหนุ่มชุดเขียวแล้ว เ