ี่ ก็ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะทำได้
ครั้นสังเกตวรยุทธ์ของเด็กหนุ่มอีก กลับพบว่าแม้แต่เขาก็ยังมองวรยุทธ์ของอีกฝ่ายไม่ออกว่าลึกล้ำแค่ไหน เขาประหลาดใจเล็กน้อย ลุกขึ้นลูบหนวดพร้อมกับเปล่งเสียงหัวเราะในลำคอ “ท ท่านนี้จะต้องเป็นเฟิ่งจิ่ว คุณชายเฟิ่งแน่ๆ ข้าผู้เฒ่ากัวแห่งตระกูลกัว หากคุณชายเฟิ่งไม่รังเกียจ เรียกข้าว่าอาวุโสกัวก็ได้”
สองพี่น้องตระกูลเซี่ยตะลึงงัน ยืนมองเฟิ่งจิ่วอยู่ด้านหนึ่ง ก่อนหันไปมองผู้เฒ่ากัว ผู้เฒ่าที่มีฐานะสูงส่งขนาดนี้กลับบอกให้เฟิ่งจิ่วเรียกเขาว่าอาวุโสกัวก็พอ?
เทียบกับความตกตะลึงของทั้งสอง รวมถึงสายตาที่ไหวระริกเล็กน้อยของกัวซิ่นหนิง เฟิ่งจิ่วกลับสีหน้าปกติ เพียงเผยยิ้มเล็กน้อย เธอไม่ได้เรียกว่าอาวุโสกัวอย่างที่อีกฝ่ายเสนอจริ งๆ แต่กลับขานเรียกว่า “ท่านผู้เฒ่ากัว”
“หึๆ เดิมทีนึกว่าพวกเราสองปู่หลานจะต้องเดินทางกันเอง กลับนึกไม่ถึงว่าจะเดินทางไปพร้อมกับคุณชายเฟิ่งได้ด้วย การเดินทางครั้งนี้จะต้องไม่น่าเบื่อแน่ๆ” ชายชราลูบหนวดขณะเอ่ยด้วย