ีมาก”
เฟิ่งจิ่วได้ยินก็ลืมตา เหลือบมองเขายิ้มๆ “ข้าจิตใจดีมาก?”
“อืม” เซี่ยอวี้ถังพยักหน้าอย่างจริงจัง พูดว่า “เจ้าเก่งขนาดนี้ หากเป็นคนอื่นถ้าเก่งอย่างเจ้า คนของตระกูลกัวล่วงเกินกันขนาดนั้น แม้จะไม่เหยียบให้จมดินแต่ก็คงไม่ยอมยื่นมือช่ว วยเหลือแล้ว แต่เจ้าไม่เหมือนกัน เจ้าแค่โมโหเล็กน้อยสุดท้ายก็ยอมช่วยพวกเขาอยู่ดี”
จุดนี้ต่างกับผู้แข็งแกร่งที่มีวรยุทธ์สูงส่วนใหญ่ ท่านปู่และท่านพ่อของเขามักบอกเขาเสมอว่า ยิ่งเป็นคนที่มีวรยุทธ์สูง ยิ่งจะไม่เห็นชีวิตของคนอ่อนแออยู่ในสายตา เพียงพูดจาไ ไม่เข้าหูแค่คำเดียวก็ถึงขั้นเอาชีวิตได้แล้ว
แต่ว่า ตั้งแต่ที่รู้จักกับเฟิ่งจิ่ว เขารู้สึกว่าเฟิ่งจิ่วเป็นคนลึกล้ำคาดเดายาก แต่กลับไม่ใช่คนโหดร้ายที่คร่าชีวิตคนตามอำเภอใจ จุดนี้เขาดีกว่าคนอื่นมากนัก
เฟิ่งจิ่วหยักยิ้มมุมปาก ชำเลืองมองคนของตระกูลกัวที่กำลังพักผ่อนแวบหนึ่ง “นั่นเพราะพวกเขาไม่ได้มีความคิดจะฆ่าข้า” หากเกิดจิตสังหารเมื่อใด นั่นย่อมไม่เหมือนกันอยู่แล้ว
หลังจากพักผ่อน ทุกคนที่แบกบาดแผลไว้เต็ม