ตัวก็เริ่มออกเดินทางอีกครั้ง คราวนี้ ไม่มีใครกล้ามีปัญหาหรือดูแคลนพวกเฟิ่งจิ่วอีกแม้แต่คนเดียว พวกเขาเดินตามเฟิ่งจิ่วทะลุผืนป่า ข้ามภู เขา กระทั่งยามเที่ยงของวันต่อมา พวกเขาก็มาถึงตำแหน่งที่ตั้งของค่ายกลเคลื่อนย้ายตระกูลกัว
“ที่นี่แหละ”
ชายชราบอก เขาชี้ไปข้างหน้า ก่อนหันมามองเฟิ่งจิ่ว “ที่นี่ก็คือค่ายกลเคลื่อนย้ายของตระกูลกัวเรา” แม้สีหน้าของเขายังซีดอยู่ แต่เทียบกับเมื่อวานถือว่าดีขึ้นมากแล้ว บางทีอาจ จเพราะรู้ว่าเฟิ่งจิ่วมีฝีมือ ตลอดการเดินทางมานี้แม้แต่ผู้อาวุโสสูงสุดก็ยังนอบน้อมต่อเฟิ่งจิ่ว
“พวกเราแบ่งเป็นสองกลุ่มเถอะ!” กัวซิ่นหนิงแนะนำ เขาหันไปพูดกับเฟิ่งจิ่ว “ขอแค่เปิดกลไกค่ายกลเคลื่อนย้าย พวกเราก็จะถูกส่งไปที่ภูเขาด้านหลังตระกูลกัวแล้ว”
เฟิ่งจิ่วพยักหน้า หันไปมองเซี่ยอวี้ถังแวบหนึ่ง “เจ้าเก็บราชสีห์ของเจ้าใส่ห้วงมิติก่อน”
“อ้อ ได้” เซี่ยอวี้ถังรับคำ จากนั้นก็เก็บราชสีห์ใส่ห้วงมิติ
เธอหันไปมองหมาป่าน้อยที่เดินตามมาข้างเท้า เห็นมันมีขนสีขาวหิมะทั้งตัว นั่งหมอบอยู่ข้างเท้าเ