ที่เหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้มก่อนไป รวมถึงประโยคนั้นของเฟิ่งจิ่ว ‘ใครปกป้องใครก็ยังไม่รู้แน่ชัด’ เขาได้แต่รู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งหน้า
ที่แท้ก็เป็นเขาที่คอยปกป้องพวกเขาจริงๆ แต่พวกเขากลับไม่รู้ ซ้ำยังพูดจาตะคอกดูแคลน กระทั่งขับไล่พวกเขาไปอีก…
นึกมาถึงตรงนี้ เขารู้สึกขมฝาดไปทั้งใจ นี่ล้วนเป็นผลกรรมที่ตระกูลกัวของพวกเขาก่อ แล้วจะโทษใครได้อีก?
เห็นสีหน้าของเขาอมทุกข์ ชายวัยกลางคนอึ้งงัน ถามว่า “รู้อะไร?”
“ท่านลุงซุนคิดว่าเหตุใดกลิ่นคาวเลือดเมื่อคืนจึงไม่ดึงดูดสัตว์ร้ายให้โจมตีเข้ามาอีกครั้ง? ท่านลุงซุนคิดว่าในเวลาที่ลูกหลานตระกูลกัวของเขาแทบรับมือกับสัตว์ร้ายไม่ไหว ยังจ จะมีเวลาไปปกป้องสองพี่น้องตระกูลเซี่ยอีกหรือ? แล้วเหตุใดพอสามคนนั้นจากไป ฝูงสัตว์ร้ายก็ปรากฏตัวทันที?”
ชายวัยกลางคนแม้เป็นคนแซ่อื่น แต่อยู่ในตระกูลกัวก็นับว่าเป็นบุคคลสำคัญคนหนึ่ง เวลานี้ครั้นกัวซิ่นหนิงเอ่ยขึ้นมา ย่อมต้องเข้าใจความหมายของเขา
เขามองกัวซิ่นหนิงอย่างตกตะลึง “เจ้าหมายความว่า ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเพราะพวกเขาสามคน?”
“ไม่ใช่พวกเขาสามคน แต่เป็นเพราะเฟิ่งจิ่ว” กัว