ป แต่กลับพูดอะไรไม่ออกสักคำ ยิ่งไม่รู้ว่าจะเอ่ยปากรั้งอย่างไรดี
“พี่ชายกัว รักษาตัวด้วย” เซี่ยอวี้ถังประสานหมัดคารวะเขาขณะเดินผ่านไป
“พี่ชายกัว ลาก่อน” เซี่ยซือซือเองก็เอ่ยลาด้วย นางรีบสาวเท้าเร็วๆ ตามเฟิ่งจิ่วไป แล้วจู่ๆ ก็ก้มมองเท้าตัวเองด้วยความตะลึง นางวิ่งกระโดดไปข้างหน้า “ท่านพี่ เสี่ยวจิ่ว ดูนี สิ ขาของข้าหายดีแล้ว ขาของข้าหายดีเหมือนเดิมแล้ว!”
“เอ๊ะ? หายแล้วจริงหรือ? หายตั้งแต่เมื่อไร?” เซี่ยอวี้ถังถามด้วยความประหลาดใจ เดินจากไปพร้อมกับเฟิ่งจิ่ว พลางสังเกตเท้าของน้องสาวไปด้วย
“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน! เมื่อกี้ข้าก็เพิ่งรู้ตัวว่าเท้าของข้าหายดีแล้ว ฮี่ๆ ถ้ารู้แต่แรกว่าขาหายดีแล้ว ท่านพี่ก็ไม่ต้องแบกข้าอีก”
เฟิ่งจิ่วที่อยู่ข้างหน้าเผยยิ้ม บอกว่า “ให้พี่ชายของเจ้าแบกก็ไม่เป็นไร อย่างไรเขาก็ไม่ค่อยแข็งแรงนัก ควรฝึกฝนให้มากหน่อย”
“หา? เสี่ยวจิ่ว เจ้าหมายความว่าข้าตัวหนักงั้นหรือ? ข้าไม่หนักนะ คนอื่นเขาไม่หนักนะ!” เซี่ยซือซือเบ้ปาก จูงมือพี่ชายของนาง เดินกระโดดโลดเต้นอยู่ข้างๆ เฟิ่งจิ่ว
มองดูพวกเขาสามคนเดินห่างออกไปเรื่อยๆ ไม่รู้ทำไม กั