อย่างนี้ได้อย่างไรกัน?”
เฟิ่งจิ่วหยักยิ้มมุมปาก ไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงหันไปพูดกับสองพี่น้องตระกูลเซี่ยว่า “พวกเราไปกันเถอะ!” พูดจบ ก็หันตัวจะเดินกลับทางเดิม
“เฟิ่งจิ่ว!” กัวซิ่นหนิงรีบเดินมาขวางทางข้างหน้าเขา มองเขาด้วยสายตาซับซ้อน “ต้องทำขนาดนี้จริงหรือ?”
เฟิ่งจิ่วยิ้มหยันน้อยๆ “คำพูดนี้ไม่ควรมาถามข้าเลยจริงๆ” เธอแค่นยิ้ม เอียงหัวหันไปมองเหล่าลูกหลานตระกูล ก่อนเอ่ยว่า “เจ้าว่าคนของพวกเจ้ามีคนไหนที่มองพวกข้าอย่างไม่ดูแคลน นบ้างหรือไม่? ในเมื่อไม่มีใครเห็นพวกข้าอยู่ในสายตา ทำไมพวกข้าต้องตามพวกเจ้าให้โดนดูถูกต่อไปด้วยเล่า!”
เฟิ่งจิ่วหยุดพูดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเฉื่อยชาเกียจคร้าน ท่าทางไม่เหมือนคนซื่อๆ อย่างที่แสดงให้เห็นในยามปกติอีก กลับเต็มไปด้วยความเฉยชาและมั่นใจเต็มเ เปี่ยม “ไปจากพวกเจ้า อย่างมากพวกข้าก็แค่ต้องเดินไกลอีกหน่อย ตระกูลกัวของพวกเจ้ามีค่ายกลเคลื่อนย้ายอยู่ที่นี่ พวกข้าก็ย่อมมีเหมือนกัน”
กัวซิ่นหนิงสายตาไหวระริก มองดูเฟิ่งจิ่วเดินผ่านเขาไ