บข้างพลันเงียบกริบไปชั่วขณะ
“เรื่องนี้ หากขูดเนื้อที่เน่าออกแล้วจะทำให้อาการดีขึ้นหรือไม่?”
เสียงที่ดังขึ้นทำให้ทุกคนตะลึงงัน พวกเขาเอียงหน้าหันไปมอง สายตาที่จับจ้องไปที่เซี่ยอวี้ถังแฝงแววไม่พอใจและดูแคลน “เจ้าพูดง่าย นั่นคือการขูดเนื้อ จะทำส่งเดชได้เสียที่ไหน?”
เซี่ยอวี้ถังลูบจมูกเก้อๆ ก่อนเอ่ยว่า “ตอนแรกข้าก็มีแผลที่อักเสบและเน่าเหมือนกัน เป็นเฟิ่งจิ่วที่ช่วยรักษาให้ข้า ข้าเลยคิดว่า…”
ยังพูดไม่ทันจบ ทุกคนก็หันมามองเขา เขาจึงโบกมือ “ช่างเถอะ หากพวกเจ้าคิดว่าวิธีนี้ใช้ไม่ได้ฟังไว้ก็พอ ไม่จำเป็นต้องคิดจริงจัง”
เฟิ่งจิ่วเหลือบมองเขาอย่างหมดคำพูด เจ้าทึ่มคนนี้สมองกระทบกระเทือนจนกลายเป็นคนโง่ไปแล้วหรือ? ทำไมถึงได้หาเรื่องใส่ตัวได้ตลอดกันนะ?
ตามคาด เขาเพิ่งจะพูดจบ ก็เห็นกัวซิ่นหนิงหันมองมา “เฟิ่งจิ่ว เจ้ารู้วิชาแพทย์หรือ?”
เฟิ่งจิ่วชะงักเล็กน้อย ก่อนตอบเขาว่า “รู้บ้างเล็กน้อย!”
ได้ยินคำตอบนั้น ทุกคนที่ตอนแรกรู้สึกมีความหวังขึ้นมากลับรู้สึกผิดหวังอีกครั้ง “เขาเป็นแค่เด็กหนุ่มจะไปรู้ทักษะการแพทย์อะไรได้? ท่านลุงซุนบอกว่าอาการไม่สู้ดี แล้วเขาจะทำอะไรได้?”
“นั่นสิ เจ้าหนูนี่เอาแต่หลบอยู่ข้างหลังตลอด บ