ลงเสีย
“ได้” เซี่ยอวี้ถังว่า จากนั้นก็ปล่อยนางลง หันไปบอกกับเฟิ่งจิ่วว่า “เจ้ากับเสี่ยวซือพักอยู่ตรงนี้ก่อน ข้าจะไปดูว่าพวกเขาต้องการให้ช่วยอะไรหรือไม่”
เฟิ่งจิ่วพยักหน้า จากนั้นก็นั่งลงข้างๆ เซี่ยซือซือ หยิบผ้าผืนหนึ่งออกมาเช็ดกระบี่ยาวจากนั้นก็เก็บให้เรียบร้อย ก่อนจะหลับตาพิงต้นไม้ ราวกับมองไม่เห็นเสียงโหยหวนด้วยความเจ็บปว วดเหล่านั้นที่ดังอยู่รอบๆ
เซี่ยซือซือเห็นคนพวกนั้นมีบาดแผลเหวอะหวะ บ้างก็เลือดไหลอาบย้อมจนเสื้อผ้าแดงไปทั้งตัว บ้างก็ถูกกรงเล็บหมาป่าข่วนแขน แผลลึกจนเห็นกระดูก นางอดขดตัวอย่างหวาดกลัวไม่ได้
“เสี่ยวจิ่ว เจ้าไม่กลัวหรือ?” เซี่ยซือซือกระซิบถามเบาๆ
เฟิ่งจิ่วลืมตามองนางแวบหนึ่ง ก่อนตอบว่า “ไม่กลัว” เงียบไปครู่หนึ่ง สายตาของเธอหันไปมองพวกคนที่มีบาดแผลบนตัวและกำลังร้องคร่ำครวญ เอ่ยอีกว่า “เพราะข้ามีความสามารถที่จะปกป ป้องตัวเองได้”
เซี่ยซือซือมองเขาอย่างอึ้งๆ พูดขึ้นว่า “เสี่ยวจิ่ว เจ้ายอดเยี่ยมมาก”
“อืม ข้ายอดเยี่ยมมาก” เธอเอียงหน้ามองนาง เผยรอยยิ้มออกมา ก่อนเอ่ยรับอย