งมีอาการอักเสบและเน่าเปื่อยเพราะเหงื่อและอากาศ เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย “บาดแผลเริ่มเน่าเปื่อยแล้ว ต้องทำแผลใหม่”
“ไม่เป็นไร ห่อยาใส่เข้าไปหน่อยก็พอแล้ว” เขารู้ว่าที่นี่เงื่อนไขไม่พร้อม ทำได้เพียงห่อแผลแบบง่ายๆ ไปก่อนเท่านั้น
เฟิ่งจิ่วเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะเอามีดเล็กมาถือไว้ในมือ เอ่ยว่า “ข้าจะขูดเนื้อที่เน่าแล้วออกให้เจ้า” ขณะเอ่ย เธอยื่นมีดเล็กไปอังบนกองไฟ
สองพี่น้องตระกูลเซี่ยที่ได้ยินคำพูดของเขาหน้าเปลี่ยนสีไปทันที “ขูดออก? จะ เจ้าจะทำได้อย่างไร?” เขาไม่รู้วิชาแพทย์ แล้วจะเอามีดมาขูดเนื้อ? เขากล้าได้อย่างไร?
มองดูมีดเล็กแหลมคมในมือเฟิ่งจิ่ว เซี่ยอวี้ถังหน้าซีด เหงื่อซึมเต็มหน้าผาก “มะ ไม่ต้องแล้ว ข้าว่ากลับไปแล้วค่อยจัดการก็ได้! ไม่น่าจะ…” ยังพูดไม่ทันจบ ก็ถูกขัดจังหวะก่อน
“รอกลับไปถึงเมื่อไรแขนของเจ้าคงพิการไปแล้ว” เฟิ่งจิ่วเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ มองเขาด้วยหางตาแวบหนึ่ง “หรือเจ้ากลัวเจ็บ? ไม่กล้าให้ข้าขูด?”
เซี่ยอวี้ถังกลืนน้ำลาย “นี่มันไม่ใช่ว่ากลัวหรือไม่กลัวเจ็บ เจ้าไม่รู้วิชา…”
เสียงของเขาเงียบหายไป สูดหายใจลึกๆ เกร็งไปทั้งตัว เพราะคนที่ถือมีดเล็กไม่รอให้เขาพูดจบ ก็ถือมีดเล็กขูดลง