อยู่อีก ไปเถอะ! พวกเราไปถามดู!”
เซี่ยอวี้ถังรีบแบกน้องสาวเขาขึ้นหลังแล้วเดินตามไป
ห่างจากที่นี่ไปประมาณสามสิบจั้ง ชายชราและชายวัยกลางคนหนึ่งลืมตาขึ้นพร้อมกัน หันไปมองยังทิศทางหนึ่ง ขณะเดียวกัน ชายวัยกลางคนส่งสัญญาณมือ กลุ่มคนที่ตอนแรกกำลังนั่งพูดคุยกันรี บลุกขึ้นมา ตั้งท่าระวังตัวทันที
ผ่านไปไม่นาน เมื่อพวกเขาเห็นเงาร่างที่เดินออกมาจากพุ่มหญ้าพร้อมเสียงสวบสาบ ก็อดตะลึงไม่ได้ ชายหนุ่มที่อยู่ด้านหน้าตะโกนเสียงเกรี้ยว “ใครน่ะ!”
ครั้นเห็นว่ามีคนอยู่จริงๆ สองพี่น้องตระกูลเซี่ยดีใจมาก พวกเขามองเฟิ่งจิ่วแวบหนึ่ง ก่อนหันไปตอบว่า “พวกเราเป็นคนของตระกูลเซี่ย เพราะ…” ยังพูดไม่ทันจบ เฟิ่งจิ่วก็ขัดขึ้น นมาก่อน
“เพราะพลัดหลงกับคนในตระกูล จึงหลงทางอยู่ในนี้” เฟิ่งจิ่วพูดต่อจนจบประโยค