สองมองเฟิ่งจิ่วอึ้งๆ ผ่านไปครู่หนึ่ง เซี่ยอวี้ถังอ้าปาก คำถามที่ตั้งใจจะถามเมื่อมาถึงริมฝีปากกลับกลายเป็น “ขะ ข้าหิวน้ำแล้ว อยากนั่งพักด ดื่มน้ำสักหน่อย”
“อืม ไปข้างหน้านั่นเถอะ! พักที่ใต้ต้นไม้ต้นนั้น” เธอชี้ไปที่ลานกว้างๆ เอ่ยจบ ก็สาวเท้าออกเดินนำไปก่อน
เซี่ยอวี้ถังรีบแบกน้องสาวเดินตามไป พอมาถึงก็ปล่อยนางลง เอาน้ำออกมาดื่ม เขาหันไปมองเฟิ่งจิ่วแวบหนึ่งก่อนจะก้มหน้า ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
“หืม?” เฟิ่งจิ่วยักคิ้วลุกขึ้นยืน
“มีอะไรหรือ?” เซี่ยอวี้ถังลุกขึ้นด้วยความตระหนกด้วย กระชับกระบี่ในมืออย่างระมัดระวัง พลางปกป้องน้องสาวของเขาไว้ข้างกาย
“เหมือนจะมีคน” เฟิ่งจิ่วว่า เธอปล่อยดวงจิตออกไปยังทิศทางนั้น ผ่านไปไม่นานก็เก็บดวงจิตกลับมา เผยยิ้มเอ่ยว่า “ดูท่า พวกเราออกจากที่นี่ได้แล้ว”
“มีคน? ใครหรือ? ใช่คนที่ตระกูลหร่วนส่งออกมาตามหาพวกเราหรือไม่?” เซี่ยอวี้ถังถาม
“ไม่ใช่ น่าจะเป็นลูกหลานตระกูลผู้ดีที่มาฝึกฝนที่นี่”
เฟิ่งจิ่วกล่าวขึ้นว่า “ในเมื่อมีลูกหลานตระกูลผู้ดีที่มาฝึกที่นี่ อย่างนั้นก็แสดงว่าที่นี่นอกจากค่ายกลแห่งนั้นแล้ว ยังมีทางออกอื่น