? ถือโอกาสผูกไมตรีกับนาง?”
“ในเมื่อนางกำลังตามหาบันไดสู่แดนเซียนอยู่ จะรั้งอยู่ที่นี่นานได้อย่างไร? เมื่อถึงตอนที่นางออกจากหอตำรา ข้าเดาว่านางจะต้องบอกลาทันทีแน่นอน” ชายชราเอ่ยเสียงแช่มช้า เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยต่อว่า “เอาเป็นว่าเจ้าไม่ต้องฝืนทำอะไรเกินไป ขอเพียงไม่เป็นศัตรูกับนางก็พอ”
“อย่างนั้นบันไดสู่แดนเซียนนี่…” เขามองผู้เป็นพ่ออย่างระมัดระวัง ก่อนถามต่อว่า “พวกเราจะบอกนางหรือไม่ว่าบันไดสู่แดนเซียนอยู่ที่ใด?”
ชายชราสายตาไหวระริก ตอบว่า “หากนางมีวาสนาต่อบันไดสู่แดนเซียน ย่อมหาเจอเอง ยิ่งไปกว่านั้น ปีนั้นแม้แต่ข้าก็ยังขึ้นบันไดสู่แดนเซียนไม่ได้ นางอายุยังน้อยขนาดนั้น แม้จะหาเจอแล้วอย่างไรเล่า?”
“ขอรับ ลูกเข้าใจแล้ว อย่างนั้นลูกกลับก่อน” เจ้าเมืองหลิงคารวะ จากนั้นก็ถอยออกไป
หลังจากเห็นเขากลับออกไปแล้ว ชายชราหันตัวกลับเข้าไปฝึกวรยุทธ์ข้างในต่อ
ส่วนเจ้าเมืองหลิงที่กลับจากหลังเขาและมุ่งหน้าไปยังเรือนหลัก บังเอิญเจอลูกชายของเขาระหว่างทาง เห็นเขายืนอยู่ตรงนั้น จึงสั่งสอนด้วยน้ำเสียงเข้มขรึม “บอกให้เจ้าตั้งใจฝึกวรยุทธ์ไม่ใช่หรือ? เหตุใดจึงออกมาวิ่งข้างนอกอีกแล้ว?”
“ท่านพ่อ ท่านไปหาท่านปู่ม