าหรือ? หาท่านปู่ทำไม? เพราะเรื่องของเฟิ่งจิ่วนั่นใช่หรือไม่?” หลิงเทียนอวี่ถามเขา ครั้นเอ่ยปากก็เข้าประเด็นสำคัญทันที
เจ้าเมืองหลิงชำเลืองมองเขา ตอบว่า “ใช่ ข้าไปหาท่านปู่ของเจ้ามา รายงานเรื่องแย่ๆ ที่เจ้าทำให้เขารู้ เดิมทียังตั้งใจจะแวะไปที่เรือนของเจ้าสักหน่อย ในเมื่อเจ้ามาแล้ว อย่างนั้นข้าก็จะบอกเจ้า ท่านปู่ของเจ้ามีคำสั่งลงมาแล้ว ให้เจ้าอย่าได้ไปหาเรื่องผิดใจกับเฟิ่งจิ่วอีก เขาไม่ใช่คนที่เจ้าจะมีปัญหาด้วยได้”
หลิงเทียนอวี่ขมวดคิ้ว “ทำไมเล่า? หรือท่านพ่อกับท่านปู่กลัวแม้กระทั่งเขาที่เป็นแค่เด็กคนหนึ่งเท่านั้น?”
“คำพูดของผู้อาวุโส เจ้าทำตามก็พอ เจ้าแค่รู้ไว้ว่า พวกเราไม่ทำร้ายเจ้าแน่นอน!” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “กลับไปเถอะ! จำคำพูดของข้าเอาไว้ให้ดี!” เอ่ยจบ ก็สาวเท้าเดินจากไป
มองดูผู้เป็นพ่อเอามือไขว้หลังเดินจากไป ดวงตาของหลิงเทียนอวี่มีประกายสงสัยพาดผ่าน สะดุดใจเล็กน้อย ลอบคิดในใจ ‘เจ้านั่นเป็นใครมาจากไหนกันแน่? ท่านพ่อพูดอย่างนี้ก็แล้วไป เหตุใดแม้แต่ท่านปู่ก็ยังพูดเช่นนี้ด้วย?’
นึกถึงว่าตอนนี้เฟิ่งจิ่วอยู่ในหอเก็บตำรา และยังมีคำสั่งของท่านพ่ออีก ด้วยเหตุนี้ เขาจึงทำได้เพียงกลับเรือน