งจิ่วกลับไป หลิงเทียนอวี่ก็เดินมาหาบิดา ถามด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดว่า “ท่านพ่อ จะให้จบอย่างนี้จริงหรือ?”
เจ้าเมืองที่ยืนเอามือไขว้หลังมองเขาด้วยหางตา ใบหน้าเคร่งขรึมมีแววเดือดดาล “หากไม่ใช่เพราะเจ้าที่วันๆ เอาแต่ทำตัวเหลวไหลอยู่ข้างนอก ก่อเรื่องสร้างปัญหา ข้าที่เป็นถึงเจ้า าเมืองมีหรือที่ต้องลดตัวขอร้องผู้อื่นเช่นนี้? ยังต้องอนุญาตให้เขาอยู่ในหอเก็บตำราถึงสามวัน? เหล่านี้ล้วนเป็นปัญหาที่เจ้าก่อ ยามนี้แม้แต่คำพูดที่ว่าจะไม่หาเรื่องเขาอีกก ก็พูดออกไปแล้ว ทำไม? หรือเจ้าจะกลับคำพูด?”
เขาจ้องหน้าลูกชาย เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “ข้าขอเตือนเจ้า ระหว่างนี้ให้เจ้าฝึกวรยุทธ์เงียบๆ อยู่ในบ้าน หากข้ารู้ว่าเจ้าออกไปทำตัวเหลวไหลอยู่ข้างนอกอีก ดูว่าข้าจะตีเ เจ้าให้ขาหักหรือไม่!” สิ้นเสียงเตือน เจ้าเมืองหลิงสะบัดแขนเสื้อสาวเดินออกไป ทิ้งหลิงเทียนอวี่ให้ยืนอยู่ในห้องโถงใหญ่คนเดียว
เฟิ่งจิ่วถูกจัดให้ไปพักที่เรือนหลังหนึ่งในจวนเจ้าเมือง