งไปเทน้ำ และยื่นไปข้างๆ ปากของนาง “อาจิ่ว น้ำมาแล้ว ดื่มหน่อยเถอะ!”
ไม่รู้ว่าได้ยินหรือไม่ เฟิ่งจิ่วอ้าปากเล็กน้อย หลังจากดื่มน้ำแก้วหนึ่งหมด ก็หลับไปอย่างสะลึมสะลืออีกครั้ง
เพราะเป็นห่วงแผลตรงจุดตันเถียนที่ค่อนข้างลึกนั่น เขาจึงไม่กล้านอน คอยนั่งเฝ้านางที่ข้างเตียง คอยสังเกตเป็นระยะว่าไอร้อนในตัวนางลดลงไปบ้างหรือยัง? และคอยดูว่าแผลตรงจุ ดตันเถียนสมานกันหรือยัง?
หนึ่งคืนผ่านไป เขาไม่ได้พักผ่อน กระทั่งเช้าตรู่วันต่อมา ยามแสงอาทิตย์แรกสาดลงบนพื้นดิน ส่องเฉียงเข้ามาทางหน้าต่าง เขาที่นั่งอยู่ข้างเตียงลูบหนวดสั้นๆ บริเวณคางที่ค่อ อนข้างแทงมือ ก่อนจะลุกขึ้นไปล้างหน้าล้างตา
หลังจากที่เขาล้างหน้าล้างตา ก็เดินกลับมาที่ข้างเตียงเพื่อตรวจสอบเฟิ่งจิ่วเล็กน้อย เห็นนางอาการดีขึ้นแล้ว แม้แต่แผลตรงจุดตันเถียนก็หายดีจนเกือบหมดแล้วเช่นกัน เขาจึงเผย รอยยิ้มออกมา
เขาเดินออกไปข้างนอก เห็นเหลิ่งซวงเฝ้าอยู่ข้างนอก จึงถามว่า “อสูรกลืนเมฆาเป็นอย่างไร