บ้าง?”
“หลังจากที่เมื่อคืนคุณชายโม่เฉินรักษาให้ พวกข้าก็ทำแผลให้อสูรกลืนเมฆา เช้านี้ข้าเปิดแผลดู รอยบวมแดงที่แผลหายแล้ว และฟื้นตัวได้ปกติ เพียงแต่อย่างเร็วก็ต้องใช้เวลาสอ องสามวันแผลจึงจะหายดี”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อพยักหน้า ก่อนจะกำชับว่า “ไปสั่งห้องครัวให้ทำอาหารมาส่งหน่อย”
“เจ้าค่ะ” เหลิ่งซวงรับคำ แต่กลับไม่ขยับฝีเท้าไปไหน นางถามเขาว่า “เจ้าตำหนัก นายท่านของข้านาง…”
“นางไม่เป็นไรแล้ว แค่ยังไม่ตื่นเท่านั้น” เซวียนหยวนโม่เจ๋อเอ่ย พลางเดินเข้าไปข้างใน
ได้ฟังคำตอบของเขา หัวใจที่ตึงเกร็งของเหลิ่งซวงพลันปล่อยวางลง ตั้งใจจะเดินไปทางห้องครัวเพื่อกำชับให้ทำอาหารที่นายท่านของนางชอบกิน ทว่า ในเวลานี้เอง เซวียนหยวนโม่เจ๋อ อกลับเรียกนางไว้
“รอเดี๋ยว”
“เจ้าตำหนักยังมีเรื่องใดอีกงั้นหรือ?” เหลิ่งซวงหันกลับมาถาม
“นอกจากข้าวต้มจืดๆ กำชับให้ห้องครัวตุ๋นอาหารบำรุงมาด้วย”
“เจ้าค่ะ” เหลิ่งซวงรับคำ จากนั้นก็สาวเท้าเดินออกไปเร็วๆ
เฟิ่งจิ่วตื่นขึ้นมาตอนปลายยามเฉิน เมื่อคืนหลังจากนอนหลับไปเกิดอะไรขึ้นบ้างนั้นเธอไ