ไหล่ภูเขาที่มีเสียงร้องขอความช่วยเหลือ
“ให้อสูรกลืนเมฆาลงไปดูก็พอ” เซวียนหยวนโม่เจ๋อว่า ก่อนจะละสายตากลับมาอย่างเฉยชา
“อืม”
เฟิ่งจิ่วพยักหัว ขานเรียกเสียงหนึ่ง “อสูรกลืนเมฆา” สิ้นเสียง อสูรกลืนเมฆากระโดดออกมาจากห้วงมิติ มองทั้งสองแวบหนึ่ง ก่อนจะหยุดมองที่เฟิ่งจิ่ว “นายท่าน”
“อสูรกลืนเมฆา ตรงไหล่เขามีคนร้องขอความช่วยเหลือ เจ้าไปดูทีว่าเกิดอะไรขึ้น” เธอกำชับเสียงเบา
“ขอรับ” อสูรกลืนเมฆารับคำ เงาร่างกำยำเหาะเหินออกไปดุจสายฟ้า ได้ยินเพียงเสียงแหวกสายลม ก่อนที่จะหายลับเข้าไปในท้องฟ้ายามราตรีอันมืดมิด
สายลมกลางคืนพัดผ่าน ไม่ได้นำพามาเพียงความหนาวเย็น ยังพาเอาเสียงร้องสิ้นหวังที่ไหล่เขาดังมาด้วย เธอเอามือข้างหนึ่งเท้าคาง ฟังเสียงร้องนั้น ก่อนเอ่ยขึ้นว่า “ที่นี่ห่างไกล ลผู้คน โดยเฉพาะกลางคืนยิ่งมีคนบางตา หากพบเจออันตรายจริง เกรงว่าร้องไปก็ไม่มีคนช่วย ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าคนที่ไม่มีแม้แต่กำลังจะปกป้องตนเอง ทำไมต้องมาที่ห่างไกลผู้คนอย่างน นี้ด้วย”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อยิ้มๆ “บางทีอาจมีผู้ชายมาด้วย เพียงแต่