ั้น หัวใจของเขาสั่นไหว เงยหน้ามองเฟิ่งจิ่วแวบหนึ่ง จากนั้นก็พยักหน้า เอ่ยว่า “ข้ารู้แล้ว ข้าเองก็จะตั้งใจฝึกวรยุทธ์อย่า างดี เสี่ยวจิ่วจิ่ว ต่อไปให้ข้าเป็นคนปกป้องเจ้า ปกป้องคนในครอบครัวบ้าง”
“ได้” เธอยิ้มอย่างเบิกบานใจ เอื้อมมือไปดึงเขาเข้ามาหอมแรงๆ แต่กลับได้เสียงอุทานด้วยความเขินอายของเฟิ่งเยี่ยเป็นสิ่งตอบแทน
“อ๊า! ไม่ต้องหอมข้า ไม่ต้องหอมข้าแล้ว ข้าเป็นท่านอาน้อยของเจ้านะ ข้าเป็นผู้ชายอกสามศอก!” เขาเก็บของเสร็จก็ดิ้นออกจากอ้อมแขนของเฟิ่งจิ่ว จากนั้นก็รีบวิ่งหนีไปอย่างรว วดเร็ว พลางไม่ลืมกวักมือเรียกจ้าวหยาง
“หยางหยาง มาเร็ว พวกเรากลับกัน”
“พี่สาวเฟิ่ง พวกเรากลับก่อนแล้ว” จ้าวหยางกล่าวลา ก่อนจะกลับไปพร้อมกับเฟิ่งเยี่ย
“ช่างเป็นเด็กที่ไม่รู้บุญคุณจริงๆ เอาของของข้าไปตั้งมากมายขนาดนี้กลับจากไปง่ายๆ เสียอย่างนี้ ไม่รู้บุญคุณจริงๆ!” เธอทอดถอนใจ น้ำเสียงแฝงแววขบขัน
“ใครไม่รู้บุญคุณ”
จู่ๆ เสียงหนึ่งก็ดังมา ทำเอาเธอสะดุ้งตกใจ ยังไม่ทันหันกลับไป มือใหญ่คู่หนึ่งก็โอบไหล่ของเธอไว้แล