งๆ!”
ได้ยินอย่างนั้น เฉียวอี้นั่วรวมถึงผู้อาวุโสทั้งสองคนตะลึงงัน ก่อนจะดีอกดีใจกันยกใหญ่ “จริงหรือ ดีเหลือเกิน ข้าเข้าไปดูหน่อย!” เขาสาวเดินไปที่ห้องด้านใน ทว่า ยังไม่ทันเข ข้าไป ก็เห็นเฟิ่งจิ่วกับเหลิ่งหวาเดินออกมาก่อน พวกเขาจึงหยุดเดิน
“ภูตหมอ ท่านปู่ของข้าฟื้นแล้วจริงหรือ เขาไม่เป็นไรแล้วจริงๆ หรือ”
“ฟื้นแล้ว แต่ร่างกายอ่อนแอเกินไป ข้าสกัดจุดลมปราณเพื่อให้เขาหลับต่ออีกสักพัก พวกเจ้าพยายามอย่าไปรบกวนเขาก็พอ” เฟิ่งจิ่วอธิบายเสียงแช่มช้า หลังจากเดินออกจากห้องก็เอ่ยอ อีกว่า “ส่วนการพักฟื้นหลังจากนี้มอบหมายให้เป็นหน้าที่ของอาวุโสสามก็พอ”
ฟังจบ นอกจากกวนสีหลิ่นที่มีสีหน้าเป็นปกติ เหล่าคนตระกูลเฉียวต่างตื่นตะลึงชระคนยินดี ไม่อยากเชื่อว่านี่เป็นความจริง
“ท่านพี่ พวกเรากลับกันเถอะ!” เฟิ่งจิ่วเอ่ยขณะเดินไปหยุดอยู่ข้างกวนสีหลิ่น
กวนสีหลิ่นจึงหันไปพูดกับเฉียวอี้นั่ว “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ อย่างนั้นพวกข้าก็กลับก่อนละ”
“ข้าส่งพวกท่านเอง” เฉียวอี้นั่วได้สติกลับมา ทว่าสีหน้ายังคงแสด